วิธีแก้ สำหรับคนที่ใช้ปุ่ม Ctrl+c ใน Word เพื่อ copy ไม่ได้

สำหรับใครที่เจอปัญหาว่า อยู่ๆก็ใช้งาน ปุ่ม ctrl+c เพื่อกด copy ข้อความแล้วใช้ไม่ได้เฉพาะใน Microsoft Word ในบทความนี้มีวิธีแก้ไขมาบอกกันนะ

ก่อนอื่นให้ไปที่ File แล้วเลือก Options

แล้วไปที่ Customize Ribbon แล้วก็เลือก Customize

แล้วก็เลือก Home Tab ใน Categories ส่วน Commands เลือก EditCopy
ตรง Current keys ให้เลือก Ctrl+C แล้วก็กดในช่อง Press new shortcut key แล้วให้เรากดปุ่ม ctrl แล้วตามด้วย ปุ่ม c
หลังจากนั้นให้กด Assign แล้วก็ OK เท่านี้ ก็จะใช้งานได้แล้วละ

วิธีปริ้นเอกสารจาก Excel ทุกชีท

ปกติเวลาเราทำงานลง Excel ในไฟล์นั้นๆมักจะมีหลาย Sheet ถ้าเราจะPrint งานทั้งหมดทุก sheet เราสามารถทำได้โดย

สำหรับ Excel 2007
ไปที่ Print

เลือก Entire workbook เพื่อ Print ทุก Sheet ของไฟล์

ถ้าเป็น Excel 2010 สามารถเลือก Print Entire Workbook ได้ดังรูป

คำนวณ CRC หรือ SHA ของไฟล์นั้นๆ ใน windows แบบง่ายๆ

เราสามารถคำนวณ CRC หรือ SHA ของไฟล์นั้นๆได้จากการใช้โปรแกรม 7zip ในบทความนี้จะมาสอนวิธีการใช้งาน 7zip แบบง่ายๆเพื่อ คำนวณ CRC หรือ SHA ของไฟล์ได้

อันดับแรกให้เราเปิดโปรแกรม 7zip ขึ้นมา 7zFM.exe

ไปที่เมนู Tools เลือก Options

ไปที่แถบ 7-Zip แล้วเลือก Integrate 7-Zip to shell context menu แล้วก็เลือก CRC SHA > ด้วยแล้วกด OK

พอเรามาคลิกขวาเลือกไฟล์ก็จะมีเมนู CRC SHA ขึ้นมาให้เรากดเลือก

ตัวอย่าง หากเรากดเลือก * 7-Zip ก็จะคำนวณผลการคำนวณของ CRC และ SHA ขึ้นมาให้เรา

วิธีหมุนรูปภาพหลายๆภาพในครั้งเดียว

เวลาเพื่อนๆถ่ายรูปมาจากกล้องหรือมือถือต่างๆแล้วเอามาลงที่คอมพิวเตอร์ของเรา บางครั้งรูปที่ได้จะเป็นภาพที่กลับหัวหรือรูปที่ไม่ตรง ปกติเราก็จะหมุนภาพได้โดยใช้โปรแกรมดูรูปของ windows นั้นก็คือ Windows Photo Viewer

แต่เจ้าโปรแกรม Windows Photo Viewer นั้นทำให้เราต้องมานั้งกดหมุนรูปทีละรูป ทีละรูป ถ้าสมมติว่าเรามีรูปจำนวนมากๆวิธีนี้คงไม่ดีแน่ๆ ช้าแล้วก็เสียเวลามากๆเลยละ
หากเราต้องหมุนรูปภาพทีละมากๆแนะนำให้ใช้โปรแกรม PhotoScape ดีกกว่า วิธีใช้งานก็เปิดขึ้นมา แล้วไปที แถบ Batch Editor แล้วก็เลือกที่อยู่ของรูปในคอมพิวเตอร์ได้เลย

ทำการคลิกขวา เลือกการหมุนได้เลย โดย

Lossless – Rotate 90 degree CW ถ้าเราต้องการหมุดตามเข็มนาฬิกา 90 องศา
Lossless – Rotate 90 degree CCW ถ้าเราต้องการหมุดทวนเข็มนาฬิกา 90 องศา
Lossless – Rotate 180 degree ถ้าเราต้องการหมุด 180 องศา

โปรแกรม PhotoScape สามารถโหลดได้จากที่นี้นะ

ทำความรู้จักกับ Echo mode ใน Modem

Echo mode ใน Modem นั้นเป็น Mode ที่ Modem จะมีการตอบ AT command ที่เราส่งไปพร้อมกับ response ของ AT command นั้น ซึ่ง Echo mode นั้นส่วนใหญ่จะเป็นค่าเริ่มต้นที่ตั้งค่ามาจากโรงงาน

ตัวอย่างของ Echo mode เช่นหากเราส่ง “AT” จะเห็นว่าตอบกลับมาเป็นคำสั่งที่เราส่งไปตามด้วยผลของ AT Command นั้นๆ

สำหรับการปิด Echo mode นั้นเราสามารถปิดได้โดยการใช้ Command “ATE0” เพื่อทำการปิด Echo mode แล้วที่สำคัญจะต้องส่งCommand “AT&W0” เพื่อเป็นการบันทึกการตั้งค่าของเราไว้ด้วย ถ้าไม่อย่างนั้นเวลาเราเปิด Modem ขึ้นมาใหม่ Echo mode ก็จะยังเปิดอยู่เหมือนเดิม

เมื่อปิด Echo mode แล้วก็จะมีลักษณะดังรูปนี้ คือไม่มีการ Echo

สำหรับวิธีการเปิด Echo Mode ก็ทำในลักษณะเดียวกันแต่ใช้ Command “ATE1” แล้วก็ตามด้วย “AT&W0”

ทำยังไงเมื่อย้ายไฟล์ขนาดใหญ่ลงมือถือไม่ได้

มีใครเคยเจอปัญหาว่าไม่สามารถย้ายไฟล์ใหญ่ๆ ลงมือถือ Android ทั้งๆที่พื้นที่ในมือถือของเราก็ยังเหลืออีกตั้งเยอะ มาลองทำตามวิธีในบทความนี้ดูกัน

ตัวอย่าง จะเห็นว่ามีไฟล์ที่ zip แล้วขนาด 2.4G

พอลากลงไปในมือถือของเราก็จะขึ้นว่า Cannot copy item

วิธีแก้ไขก็คือให้เรา ลบนามสกุลของไฟล์นั้นออกไป

ไฟล์นั้นก็จะกลายเป็นไฟล์ที่ไม่มีนามสกุลดังรูป

แล้วทำการ copy ไฟล์ลงไปใหม่ ก็จะได้เอง ง่ายๆเลยนะ ลองนำเอาไปใช้ดู

การคิดค่า Maximum Demand

Maximum Demand หรือ Peak Demand คือค่าความต้องการใช้ไฟฟ้าเฉลี่ยสูงสุด Demand ในรอบของเดือนนั้นหรือรอบบิลนั้นๆ

การคิดค่า Maximum Demand นั้นคิดมาจากการเปรียบเทียบค่า Demand ในแต่ละ Interval (ในประเทศไทยจะใช้ interval ที่ 15 นาที) หากใน Interval ไหนมีค่ามากก็จะกลายเป็นค่า Maximum Demand แล้วทำการเปรียบเทียบแต่ละ Interval ไปเรื่อยๆ จนถึง Interval สุดท้ายของเดือนหรือของรอบบิลนั้นแล้วบันทึกลงไปในบิลค่าไฟ หลังจากนั้นจึงทำการ reset ค่า Maximum Demand ให้เป็น 0 เพื่อที่จะคำนวณเปรียบเทียบค่า Demand ในรอบเดือนหรือบิลใหม่ต่อไป

ตัวอย่างการเปรียบเทียบ Demand แต่ละ interval เพื่อนำมาคิดเป็นค่า Maximum Demand

ตัวอย่าง ค่า Maximum Demand ที่ทางการไฟฟ้านำมาคิดเงินจากผู้ใช้งาน การคิดค่าไฟฟ้าจาก กิจการขนาดกลางจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)

Current Transformer คืออะไร

Current Transformer นั้นเป็นอุปกรณ์วัดค่ากระแสไฟฟ้าโดยการลดทอนปริมาณกระแสจากด้าน Primary ลงโดยเป็นการลดที่เป็นแบบแปรผันตรง เพื่อนำกระแสด้าน Secondary เข้าวงจร Electronic เพื่อใช้คำนวณค่ากระแสที่วัดได้

หลักการการทำงานของ Current Transformer เมื่อมีกระแสไหลผ่าน CT ก็จะเกิดการเหนี่ยวนำของสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทำให้เกิดกระแสไฟฟ้าทางด้าน Secondary โดยกระแสที่เกิดขึ้นจะมีปริมาณลดลงเท่ากับ Ratio ของ CT, Ratio = n2 (รอบพันคอยด์ของ Secondary) ÷ n1 (รอบพันคอยด์ของ Primary) ซึ่งมาจากสูตรด้านล่างนี้

ตัวอย่างเช่น หาก Ratio ของ CT เท่ากับ 2500 เท่า เมื่อกระแสไฟฟ้าไหลผ่านทางด้าน Primary 100 A ทาง Secondary ก็จะมีกระแสไหลเท่ากับ 100 ÷ 2500 = 0.04 A

สำหรับตัวอย่างการนำเอา Current transformer ไปใช้งานจริง เช่น มิเตอร์ไฟฟ้า แคมมิเตอร์วัดไฟฟ้า เหล่านี้เป็นต้น

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ ppm

คำว่า ppm นั้นย่อมาจาก parts-per-million หรือหนึ่งในล้านส่วน ถ้าเราแปลง ppm เป็นตัวเลขนั้นหมายถึง 1 ÷ 1,000,000 = 0.000001 = 10^−6 (สิบยกกำลังลบ6)

ตัวอย่าง หากเราบอกว่านาฬิกาเรือนหนึ่งมีค่าความผิดพลาดอยู่ที่ 20 ppm วินาที นั้นหมายความว่าเวลาเราดูเวลาจากนาฬิกาเรือนนี้จะมีโอกาสที่เวลาจะเดินผิดพลาดได้ 20 วินาที จาก 1 ล้านวินาที
ถ้าคิดต่อว่าถ้าเทียบแล้ว 1 วันแล้วเวลาเดินผิดไปกี่วินาทีเราสามารถคำนวณได้ว่า
86400 x (20 ÷ 1,000,000) = 1.728
นั้นแสดงว่าค่าความผิดพลาดที่ 20 ppm วินาที ทำให้เวลาเดินผิดพลาด 1.728 วินาทีต่อวันนั้นเอง

นอกจาก ppm แล้วยังมี
ppb (parts-per-billion, 10^−9, 1 ÷ 1,000,000,000) หนึ่งในพันล้านส่วน
ppt (parts-per-trillion, 10^−12 , 1 ÷ 1,000,000,000,000) หนึ่งในล้านล้านส่วน
ppq (parts-per-quadrillion, 10^−15, 1 ÷ 1,000,000,000,000,000) หนึ่งในพันล้านล้านส่วน