วิธีต่ออายุ Domain สำหรับ Google Domains

มีใครใช้งาน Google Domains กันบ้าง หากใครที่ไม่ได้เปิดให้ Google Domains ต่ออายุหรือ Renew แบบอัตโนมัติเมื่อถึงรอบในการต่ออายุโดเมนเราจะต้องทำการ Renew เอง โดยขั้นตอนการทำนั้นทำอย่างไรบ้างมาดูวิธีการทำกันดีกว่า

สำหรับวิธีต่ออายุ Domain สำหรับ Google Domains ก่อนอื่นเลยให้เราไปที่ Google Domains แล้วทำการกดเลือกโดเมนที่จะต่ออายุ เลือกไปที่ Manage

เมื่อกดโดเมนที่จะต่ออายุแล้วก็จะมาที่หน้านี้ให้เราเลือกไปที่ Registration settings ด้านซ้ายมือ แล้วเลือนไปที่ Domain Registration เลือกไปที่ Add years

แล้วเราก็เลือกว่าจะต่ออายุไปกี่ปี โดยเสียค่าใช้จ่ายปีละ 420 บาท โดยระบบจะบอกว่าสามารถต่ออายุได้สูงสุดไม่เกืน 9 ปี แต่ในที่นี้เราจะเราจะเลือกแค่ 1 ปี เมื่อเราเลือกแล้วก็กด Continue to payment

ทำการจ่ายตังค์ผ่านบัตรเครดิต ถ้าใครมีส่วนลด Promo code ก็ใส่ได้ แล้วก็กด BUY

เพียงเท่านี้เราก็ต่ออายุ Domain เราผ่าน Google Domains ได้เรียบร้อยแล้ว

วิธีเปิด Developer tab ใน Excel

เราจะเปิด Developer tab ใน Excel ได้ยังไงนะ มีวิธีการทำอย่างไง

ให้เราคลิกขวาไปที่บริเวณ Ribbon แถบข้างบนของ Excel เรา แล้วเลือก Customize the Ribbon

ให้เราเลือกไปที่ Customize Ribbon แล้วเลือก Main tabs เป็น Developer แล้วกด OK

เราก็จะเห็น Developer tab ใน Excel แล้ว ซึ่งเราสามารถใช้งาน VBA MACRO เพิ่มปุ่ม ได้หลากหลาย ซึงเหมาะกับ Developer เลยทีเดียว

วิธีใช้ Excel ดูค่า Max Min Average แบบง่ายๆไม่ต้องพิมพ์สูตร

บทความนี้จะมาสอนการใช้งาน Excel ในการดูค่าเฉลี่ย, ค่าสูงสุด, ค่าต่ำสุด ร่วมไปถึงค่าผลรวม แบบง่ายๆไวๆโดยไปไม่ต้องพิมพ์สูตรแม้แต่นิดเดียว
มาเริ่มกันเลย ก่อนอื่นให้เราคลิกขวาไปที่ ขวามือล่างของ Excel แล้วเลือก Average, Minimum, Maximum แล้วก็ Sum

ลองเปิดข้อมูลขึ้นมาสักอันนึง แล้วทำการลากคลุมตัวเลขที่เราสนใจ ก็จะสังเกตเห็นได้ว่า มีค่าเฉลี่ย, ค่าสูงสุด, ค่าต่ำสุด ร่วมไปถึงค่าผลรวม แสดงอยู่ด้านล่างขวามือ

ถ้าเราลากเมาท์คลุมเฉพาะ cell ที่เราสนใจ ผลลัพธ์ของค่าเฉลี่ย, ค่าสูงสุด, ค่าต่ำสุด ร่วมไปถึงค่าผลรวม ก็จะแสดงตาม Cell ที่เราเลือกคลุมไว้

ซึ่งวิธีนี้ทำให้เราสามารถดูค่าค่าเฉลี่ย, ค่าสูงสุด, ค่าต่ำสุด ร่วมไปถึงค่าผลรวม ได้รวดเร็วง่ายๆไม่ต้องพิมพ์สูตรเลยแม้แต่นิดเดียว

เว็บไซต์ช่วยตรวจสอบ XML

ถ้าเราอยากจะตรวจสอบว่าไฟล์ xml (eXtensible Markup Language) หรือ Syntax ของภาษาว่าถูกต้องหรือไม่ เราสามารถใช้เว็บไซต์ที่สามารถตรวจสอบ XML ได้หรือที่เราเรียกกันว่า XML Validator โดยเว็บไฟไซต์ที่ว่าก็คือเว็บนี้ https://codebeautify.org/xmlvalidator

โดยเราสามารถนำเอา Code มาแปะแล้วให้เว็บช่วยตรวจสอบหรือจะใช้วิธีการอัพโหลดไฟล์เข้าไปโดยอัพโหลดจากเครื่องของเหล่าหรือจะวาง Link URL ก็ได้

โดยสมมติว่าถ้า XML ของเรามีส่วนผิด ตัวเว็บก็จะขึ้นฟ้องว่าผิดที่บรรทัดไหน เพราะอะไร ทำให้เราสามารถกลับไปแก้ไขหรือวิเคราะห์สาเหตุของไฟล์ XML ที่ผิดปกติได้อย่างง่ายดาย

ตัวอย่างไฟล์ XML ที่มีการพิมพ์จุดไว้ที่บรรทัดแรก

.<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<project version="4">
  <component name="CompilerConfiguration">
    <option name="DEFAULT_COMPILER" value="Javac" />
    <resourceExtensions />
    <wildcardResourcePatterns>
      <entry name="!?*.java" />
      <entry name="!?*.form" />
      <entry name="!?*.class" />
      <entry name="!?*.groovy" />
      <entry name="!?*.scala" />
      <entry name="!?*.flex" />
      <entry name="!?*.kt" />
      <entry name="!?*.clj" />
    </wildcardResourcePatterns>
    <annotationProcessing>
      <profile default="true" name="Default" enabled="false">
        <processorPath useClasspath="true" />
      </profile>
    </annotationProcessing>
  </component>
</project>

เอาเข้าไปตรวจสอบ XML Validator ก็จะเห็นขึ้นคำเตือนที่บรรทัดที่ 1

แนะนำโปรแกรมระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอของเรา Cursor Position EP2

จากบทความที่แล้วที่ได้แนะนำโปรแกรมระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอของเรา Cursor Position ไป ในบทความนี้มีอีกหนึ่งโปรแกรมที่เอาไว้ระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอได้อีกตัวเช่นกัน แต่ตัวแน่นี้นอกจากจะฟรี เป็น Freeware แล้วยัง Opensource อีกต่างหาก โปรแกรมนี้มีชื่อว่า MPos

โปรแกรม MPos เป็นโปรแกรมที่ใช้ระบุตำแหน่งพิกัดในหน้าจอของการเลื่อน Mouse หรือ Cursor ของเรา โดยตัวโปรแกรมสามารถดาวโหลดได้ที่ https://sourceforge.net/projects/mpos/files/ ส่วนใครที่ต้องการศึกษาการทำงานหรือนำเอาไปดัดแปลงแก้ไขการทำงานก็สามารถเข้าไปดู Source code ได้ที่ https://github.com/bluegrams/MPos ซึ่งตัวโปรแกรมนั้นเขียนขึ้นมาจากภาษา C# โดยใช้ .NET Framework 4.6

การใช้งานก็แสนง่าย หลังจากโหลดโปรแกรมมาแล้วก็ Double click ที่ MPos.exe ได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งอะไรให้ยุ่งยากเนื่องจากโปรแกรมเป็นแบบ Portable อยู่แล้ว

พอเปิดมาก็จะเห็นหน้าตาของโปรแกรมดังรูป แล้วก็กด ปุ่ม Start ได้เลย ก็จะเห็นพิกัดของ Mouse เราแล้ว

มาใช้ Email แบบไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน กันเถอะ ภาค2

จากครั้งที่แล้วได้แนะนำการใช้ Email แบบไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน กันไปแล้ว ครั้งนี้มาต่อกันที่ภาค2 กับอีกเว็บไซต์หนึ่งที่อยากจะแนะนำและเพื่อนๆควรจะจำเอาไว้อีกเว็บหนึ่งนั้นก็คือเว็บ maildrop (https://maildrop.cc/)

โดยการใช้งานก็แสนง่ายดาย โดยเราสามารถนำเอา Email ที่เราอยากใช้ไปใช้โดย ใช้ชื่อของเราแล้วตามด้วย @maildrop.cc เช่น [email protected] แล้วนำไปกรอกในเว็บ maildrop.cc แล้วกดที่ปุ่ม View Inbox เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำเอา Email นี้ไปใช้สมัครหรือรับ Email ได้โดยที่ไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือใช้ password อะไรเลย

ซึ่งการใช้ Email แบบไม่ต้องสมัครเหล่านี้เหมาะกับการป้องกันข้อมูล Email ของเราจริง โดยไม่ต้องไปกังวลกับการที่จะได้รับ Email ขยะ Spam หรือถูกนำเอา Email จริงๆของเราไปเปิดเผย แต่เราไม่ควรเอาไปใช้สมัครกับบริการที่สำคัญๆนะเพราะคนอื่นๆก็สามารถเปิดอ่าน Email เหล่านี้ได้เช่นกันหากเขารู้ชื่อ Email

วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่น Package ที่ติดตั้งใน Python

วิธีการตรวจสอบว่า Package Python ที่เราได้เคยติดตั้งลงไปแล้วนั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆโดย

ใช้คำสั่งว่า pip show xxx โดย xxx นั้นคือชื่อ package

ตัวอย่างการใช้คำสั่งในการตรวจสอบว่า pyserial package ที่เราเคยติดตั้งลงไปนั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไรอยู่

จะเห็นว่าคำสั่ง pip show pyserial ได้แสดงข้อมูลของตัว pyserial Package ที่เราได้ติดตั้งลงไป ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ติดตั้ง, ชื่อของ Package, URL Package และตำแหน่งที่ติดตั้งลงไปในเครื่องทั้งหมด

มองไม่เห็นแถบ sheet ใน Excel ทำยังไงดี

ใครที่เจอปัญหาว่าเปิดไฟล์มาอยู่ๆแถบ sheet ใน Excel ก็หายไปไม่เห็นมีแถบบอกชื่อ sheet ด้านล่างเลย แบบนี้

เพื่อนๆสามารถเปิดแถบ sheet ใน Excel ให้มันกลับมาแสดงผลอีกครั้งได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

ให้เราไปที่ File ด้านซ้ายมือบน

เลือก Options

เลือก Advanced แล้วก็เลือก Show sheet tabs

แค่นี้เราก็เอาเจ้าแถบ sheet ด้านล่างกลับมาได้แล้ว

วิธีติดตั้ง Selenium และการใช้งานกับ Python

บทความนี้จะมาสอนวิธีลง Selenium IDE ใช้งานกับ Google Chrome ร่วมกับ Python เบื้องต้น โดยติดตั้งลงบน Windows มาเริ่มกันที่ก่อนอื่นให้เราไปโหลด Extension ของ Google Chrome ที่ https://chrome.google.com/webstore/detail/selenium-ide/mooikfkahbdckldjjndioackbalphokd?hl=en

มาทดลองการใช้งานกันหน่อย โดยไปที่ Extension เลือก Selenium IDE

เลือก Create a new project และตั้งชื่อ project

ใส่เว็บ Facebook ไปทดสอบหน่อย กด START RECORDING

จะมาที่หน้าเว็บที่เราจะทดสอบก็จะเห็น Selenium IDE is recording อยู่ด้านขวาล่างสีแดงๆ ให้เรากรอก Username password

ในหน้าต่าง Selenium เราก็จะเห็น Command ต่างๆที่เราทำการบันทึกเกิดขึ้นเป็น Command เมื่อเราบันทึกเสร็จแล้วให้เรากดปุ่ม Stop recording ขวามือบน เราสามารถทดสอบการทำงานตามที่เราบันทึกไปได้โดยกดปุ่ม Play Run all tests ด้านซ้ายมือเพื่อทดสอบดูได้

เราสามารถ Export ออกมาเป็น Code เพื่อนำมาเขียนเงื่อนไขต่างๆเพื่อประยุกต์การใช้งานได้โดยการคลิกขวาที่ Test แล้วเลือก Export

จะเห็นว่าสามารถเลือกภาษาที่เราใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็น C#, Java, Javascript, Python, Ruby โดยในที่นี้จะเลือกเป็น Python แล้วกด Export

ก็จะได้ Code Python มาตามด้านล่างนี้

# Generated by Selenium IDE
import pytest
import time
import json
from selenium import webdriver
from selenium.webdriver.common.by import By
from selenium.webdriver.common.action_chains import ActionChains
from selenium.webdriver.support import expected_conditions
from selenium.webdriver.support.wait import WebDriverWait
from selenium.webdriver.common.keys import Keys
from selenium.webdriver.common.desired_capabilities import DesiredCapabilities

class TestLogin():
  def setup_method(self, method):
    self.driver = webdriver.Chrome()
    self.vars = {}
  
  def teardown_method(self, method):
    self.driver.quit()
  
  def test_login(self):
    # Test name: login
    # Step # | name | target | value
    # 1 | open | https://www.facebook.com/ | 
    self.driver.get("https://www.facebook.com/")
    # 2 | setWindowSize | 974x1050 | 
    self.driver.set_window_size(974, 1050)
    # 3 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 4 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 5 | type | id=email | username
    self.driver.find_element(By.ID, "email").send_keys("username")
    # 6 | type | id=pass | pass
    self.driver.find_element(By.ID, "pass").send_keys("pass")
  

โดยก่อนใช้งาน Selenium กับ python เราจะต้องไปติดตั้ง pytest และ selenium โดยใช้คำสั่ง

pip install pytest
pip install selenium

แล้วก็ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Chrome Driver
https://sites.google.com/a/chromium.org/chromedriver/home
เลือก ตัว Stable และเลือก Windows version

Unzip แล้วนำไปวางที่ Drive C:

ก่อนที่จะ run เราต้องแก้ไข code บรรทัดที่ 15 เป็น

self.driver = webdriver.Chrome(executable_path=r"C:\chromedriver.exe")

และเพิ่มบรรดทัดที่ 37 – 39

obj = TestLogin()
obj.setup_method(obj)
obj.test_login()

ก็จะกลายเป็นแบบนี้ save เป็นไฟล์ชื่อว่า test_login2.py

# Generated by Selenium IDE
import pytest
import time
import json
from selenium import webdriver
from selenium.webdriver.common.by import By
from selenium.webdriver.common.action_chains import ActionChains
from selenium.webdriver.support import expected_conditions
from selenium.webdriver.support.wait import WebDriverWait
from selenium.webdriver.common.keys import Keys
from selenium.webdriver.common.desired_capabilities import DesiredCapabilities

class TestLogin():
  def setup_method(self, method):
    self.driver = webdriver.Chrome(executable_path=r"C:\chromedriver.exe")
    self.vars = {}
  
  def teardown_method(self, method):
    self.driver.quit()
  
  def test_login(self):
    # Test name: login
    # Step # | name | target | value
    # 1 | open | https://www.facebook.com/ | 
    self.driver.get("https://www.facebook.com/")
    # 2 | setWindowSize | 974x1050 | 
    self.driver.set_window_size(974, 1050)
    # 3 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 4 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 5 | type | id=email | username
    self.driver.find_element(By.ID, "email").send_keys("username")
    # 6 | type | id=pass | pass
    self.driver.find_element(By.ID, "pass").send_keys("pass")
  
obj = TestLogin()
obj.setup_method(obj)
obj.test_login()

แล้วเราลองนำ code นี้ไป run ดูใน command line

python test_login2.py

ก็จะเห็นว่าตัว Selenium จะทำการเปิด Chrome (จะเห็นว่ามีขึ้นว่า Chrome is being controlled by automated test software) แล้วทำงานตาม command ที่เราเขียนอัตโนมัติแล้วละ