ลักษณะของการเขียน Mind Mapping ที่ดี

ลักษณะสำคัญของการเขียน Mind Mapping หรือ แผนภาพทางความคิด ที่ดีนั้น ควรจะต้องมีลักษณะแผ่รัศมีออกจากศูนย์กลางขยายออกไปเรื่อยๆเชื่อมโยงกัน เปรียบได้กับเหมือนต้นไม้ ที่มีการแตกกิ่ง ก้าน ใบ หรือ เหมือนการแตกแขนงของเส้นต่างๆของเซลสมอง โดยมีตรงกลางคือนิวเคลียส ซึ่งเปรียบเหมือนข้อมูลสำคัญ
โดยข้อมูลใน Mind Mapping ควรประกอบไปด้วยคำสำคัญและรูปภาพ โดยองค์ประกอบเหล่านี้มีการเชื่อมโยงถึงกันด้วยเส้นและมีการกระตุ้นการจำด้วยการใช้สีที่หลากหลายมีการเน้นถึงข้อมูลสำคัญ ซึ่ง Mind Mapping นั้นจะประกอบไปด้วย แก่นแกน(หัวข้อเรื่อง) กิ่งแก้ว(หัวข้อหลัก) กิ่งก้อย(หัวข้อรองหรือหัวข้อย่อย)

สำหรับหลักการเทคนิคในการการเขียน Mind Mapping นั้นควรจะ
1.เริ่มจากการเขียนตามแนวนอนของกระดาษเสมอ เพื่อให้มีพื้นที่ในการแตกแขนงของเส้นต่างๆของ Mind Mapping
2. มีการใช้สีที่หลากหลาย อย่างน้อย 3 สี หรือยิ่งมีจำนวนสีเยอะยิ่งดี
3. การใช้คำที่ใช้จะต้องไม่ยาวไป จนจำไม่ได้ หรือไม่รู้เรื่อง

และนี้ก็เป็นเคล็ดลับในการเขียน Mind Mapping ที่ดี ที่เพื่อนๆควรจะนำเอาไปใช้งานในการเขียน Mind Mapping ในทุกๆครั้ง ก็จะทำให้การเขียน Mind Mapping ของเรานั้นมีความเข้าใจได้ไง ทำให้เราไม่สับสน และที่สำคัญทำให้เราเราเข้าใจและจดจำได้ดีอีกด้วย

วิธีปิดไม่ให้ Google Chrome แสดงรูปภาพหรือวิดิโอในเว็บไซท์

สำหรับเพื่อนๆที่กำลังหาวิธีปิดไม่ให้ Google Chrome แสดงรูปภาพหรือวิดิโอในเว็บไซท์อยู่ ในบทความนี้มีวิธีการทำมาแนะนำ สามารถทำตามได้เลย

วิธีทำการปิดไม่ให้ Google Chrome แสดงรูปภาพหรือวิดิโอในเว็บไซท์นั้นก็สามารถทำได้ง่ายๆเลย โดยใช้ Extension ที่ชื่อว่า Images ON/OFF ซึ่งสามารถดาวโหลดได้ที่ URL นี้เลย
https://chrome.google.com/webstore/detail/images-onoff/nfmlhilnjccdggifdbhnhkffmjgalbgg

พอเราติดตั้ง Images ON/OFF แล้ว ให้เราดูที่มุมขวามือบนของ Google Chrome หากเราต้องการปิดการแสดงรูปภาพหรือวิดิโอในเว็บไซท์ให้เรากดที่ icon ของ Images ON/OFF ให้เปลี่ยนจากสีเขียวไปเป็นสีแดง

ตัวอย่างก่อนกดและหลังกดของ Images ON/OFF จะเห็นได้ว่ารูปภาพหรือวิดิโอในเว็บไซท์นั้นไม่มีการแสดงขึ้นมา

Images ON/OFF เป็นสีเขียว

หลังจากกด Images ON/OFF, Images ON/OFF เป็นสีแดง

วิธีรวม Merge Cell โดยข้อมูลไม่หายใน Excel

ในบทความนี้จะมาสอนวิธีการรวม Cell หรือ Merge Cell ใน Excel โดยที่ข้อมูลที่อยู่ใน Cell ไม่หาย

โดยปกติแล้วเราจะทำการรวมข้อมูลที่อยู่ใน Cell โดยใช้การกดที่ Icon Merge & Center

ซึ่งพอเรากดแล้วก็จะมี Popup ขึ้นมาว่า Merging cell only keeps the upper-left value and discards other values นั้นหมายความว่าจะทำให้ข้อมูลที่อยู่ใน Cell อื่นๆหายไปด้วยเหลือแค่ข้อมูลที่อยู่ใน Cell แรกทางซ้ายมือเท่านั้น

ซึ่งวิธีการแก้ไขนั้นสามารถทำได้โดยการใช้สูตร CONCATENATE ในการรวมข้อมูลที่อยู่ใน Cell ตามตัวอย่างในรูปด้านล่าง

หากใครต้องการเพิ่มช่องว่างในระหว่าง Cell โดยใช้สูตรว่า =CONCATENATE(A1,” “,B1,” “,C1) จะได้ผลลัพท์ตามตัวอย่างในรูป

วิธี setting Header และ Footer ของ Excel

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่กำลังหาวิธี Setting Header และ Footer ของ Excel อยู่ บทความนี้มีคำตอบและวิธีทำ สามารถทำตามได้ง่ายๆเลย

โดยก่อนอื่นให้เราไปที่ File ด้านซ้ายมือบน

เสร็จแล้วก็ให้เรากดคำว่า Print แล้วก็เลือก Page Setup

ให้เราเลือกที่ Header/Footer tab เสร็จก็เลือก ข้อมูลที่จะให้แสดงใน Header หรือ Footer ได้เลย ในตัวอย่างนี้เราเลือก Header เป็นชื่อไฟล์ และ Footer เป็นเลขหน้า หรือใครอยากจากปรับอะไรก็สามารถกดได้ที่ Custom Header และ Custom Footer ได้เช่นกัน

การพิมพ์บรรทัดใหม่ใน Cell ใน Excel

ถ้าเราจะพิมพ์ข้อมูลแล้วขึ้นบรรทัดใหม่ใน Cell เดิมใน Excel เราจะทำยังไงดี พอกดปุ่ม Enter แล้วมันไปที่ Cell ใหม่ทุกที เอาละเดียวในบทความนี้มีคำตอบสามารถทำตามได้เลย

จริงๆเรื่องนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ว่าเราสามารถ พิมพ์ข้อมูลไปหลายๆบรรทัดใน หนึ่ง Cell ของ Excel ได้ ตามตัวอย่างในรูปด้านล่างนี้

วิธีการทำนั้นก็ไม่ยากเลย นั้นก็คือพอเราอยากจะขึ้นบรรทัดใหม่ ก็ให้เราคลิกไปใน Cell นั้นแล้วกดปุ่ม Alt แล้วตามด้วยปุ่ม Enter ลองทำดูก็จะเห็นว่าเราสามารถทำการพิมพ์ข้อมูลแล้วขึ้นบรรทัดใหม่ใน Cell เดิมใน Excel ได้แล้ว

Add Reminder Email ที่อยู่ในกล่อง Archives ของ Outlook

มีใครเคยเจอข้อความ Error แบบนี้ใน Outlook บ้างหลังจากที่เรากด Add Reminder Email ที่อยู่ในกล่อง Archives “The reminder for “xxx” will not appear because the item is in a folder that doesn’t support reminders. Is this OK?”

โดยที่ xxx คือชื่อหัวข้อ Email ของเรา

สาเหตุนั้นก็เป็นเพราะว่าเราไปกด Add Reminder Email ที่อยู่ในกล่อง Archives ที่อยู่ในเครื่องเรานั้นเองซึ่งโดยปกติแล้วเจ้า Outlook นั้นไม่อนุญาตในเรากดหาก Email นั้นอยู่ในกล่อง Archives

ส่วนวิธีแก้ไขก็สามารถทำได้ตามวิธีด้านล่างนี้ได้เลย
นั้นก็คือก่อนอื่น ให้เราไปคลิกขวาที่กล่อง Archives ของเราด้านซ้ายมือ แล้วเลือก Data File Properties

เสร็จแล้วให้เรากดเลือก Display reminders and tasks from this folder in the To-Do bar แล้วก็กด OK

ก็จะมี Popup ขึ้นมาถาม The Operation you selected will not be completed until you restart Microsoft Outlook ก็ให้เรากด OK แล้วหลังจากนั้นทำการเปิดปิดโปรแกรม Outlook ใหม่

เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถกดใช้งาน Reminder Email ต่างๆที่อยู่ในกล่อง Archives ได้แล้วละ

วิธีแปลงตัวเลขไปเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษโดยใช้ Excel

ในบทความนี้จะมาสอนวิธีแปลงจากตัวเลขไปเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ โดยใช้ Excel

เนื่องจาก Excel ไม่มีสูตรในการแปลงตัวเลขไปเป็นตัวหนังสือภาษาอังกฤษ (แต่ว่ามีสูตรการตัวเลขไปเป็นตัวหนังสือภาษาไทย นั้นก็คือ BAHTTEXT ) เราจึงจำเป็นต้องใช้การเขียน VBA เข้ามาช่วย

โดยขั้นตอนแรกให้ทำการ เปิด VBA ใน Excel โดยคลิกขวาที่ Sheet แล้วเลือก View Code

แล้วทำการเพิ่ม Module

เอา Code VBA ด้านล่างนี้ใส่เข้าไป แล้วก็ทำการ Save

Option Explicit
'Main Function
Function SpellNumber(ByVal MyNumber)
    Dim Dollars, Cents, Temp
    Dim DecimalPlace, Count
    ReDim Place(9) As String
    Place(2) = " Thousand "
    Place(3) = " Million "
    Place(4) = " Billion "
    Place(5) = " Trillion "
    ' String representation of amount.
    MyNumber = Trim(Str(MyNumber))
    ' Position of decimal place 0 if none.
    DecimalPlace = InStr(MyNumber, ".")
    ' Convert cents and set MyNumber to dollar amount.
    If DecimalPlace > 0 Then
        Cents = GetTens(Left(Mid(MyNumber, DecimalPlace + 1) & _
                  "00", 2))
        MyNumber = Trim(Left(MyNumber, DecimalPlace - 1))
    End If
    Count = 1
    Do While MyNumber <> ""
        Temp = GetHundreds(Right(MyNumber, 3))
        If Temp <> "" Then Dollars = Temp & Place(Count) & Dollars
        If Len(MyNumber) > 3 Then
            MyNumber = Left(MyNumber, Len(MyNumber) - 3)
        Else
            MyNumber = ""
        End If
        Count = Count + 1
    Loop
    Select Case Dollars
        Case ""
            Dollars = "No Dollars"
        Case "One"
            Dollars = "One Dollar"
         Case Else
            Dollars = Dollars & " Dollars"
    End Select
    Select Case Cents
        Case ""
            Cents = " and No Cents"
        Case "One"
            Cents = " and One Cent"
              Case Else
            Cents = " and " & Cents & " Cents"
    End Select
    SpellNumber = Dollars & Cents
End Function

' Converts a number from 100-999 into text
Function GetHundreds(ByVal MyNumber)
    Dim Result As String
    If Val(MyNumber) = 0 Then Exit Function
    MyNumber = Right("000" & MyNumber, 3)
    ' Convert the hundreds place.
    If Mid(MyNumber, 1, 1) <> "0" Then
        Result = GetDigit(Mid(MyNumber, 1, 1)) & " Hundred "
    End If
    ' Convert the tens and ones place.
    If Mid(MyNumber, 2, 1) <> "0" Then
        Result = Result & GetTens(Mid(MyNumber, 2))
    Else
        Result = Result & GetDigit(Mid(MyNumber, 3))
    End If
    GetHundreds = Result
End Function

' Converts a number from 10 to 99 into text.
Function GetTens(TensText)
    Dim Result As String
    Result = ""           ' Null out the temporary function value.
    If Val(Left(TensText, 1)) = 1 Then   ' If value between 10-19...
        Select Case Val(TensText)
            Case 10: Result = "Ten"
            Case 11: Result = "Eleven"
            Case 12: Result = "Twelve"
            Case 13: Result = "Thirteen"
            Case 14: Result = "Fourteen"
            Case 15: Result = "Fifteen"
            Case 16: Result = "Sixteen"
            Case 17: Result = "Seventeen"
            Case 18: Result = "Eighteen"
            Case 19: Result = "Nineteen"
            Case Else
        End Select
    Else                                 ' If value between 20-99...
        Select Case Val(Left(TensText, 1))
            Case 2: Result = "Twenty "
            Case 3: Result = "Thirty "
            Case 4: Result = "Forty "
            Case 5: Result = "Fifty "
            Case 6: Result = "Sixty "
            Case 7: Result = "Seventy "
            Case 8: Result = "Eighty "
            Case 9: Result = "Ninety "
            Case Else
        End Select
        Result = Result & GetDigit _
            (Right(TensText, 1))  ' Retrieve ones place.
    End If
    GetTens = Result
End Function

' Converts a number from 1 to 9 into text.
Function GetDigit(Digit)
    Select Case Val(Digit)
        Case 1: GetDigit = "One"
        Case 2: GetDigit = "Two"
        Case 3: GetDigit = "Three"
        Case 4: GetDigit = "Four"
        Case 5: GetDigit = "Five"
        Case 6: GetDigit = "Six"
        Case 7: GetDigit = "Seven"
        Case 8: GetDigit = "Eight"
        Case 9: GetDigit = "Nine"
        Case Else: GetDigit = ""
    End Select
End Function


ทีนี้เราก็มาลองใช้สูตรโดย พิมพ์ว่า SpellNumber(ตัวเลข) ตัวExcel ก็จะทำการแปลงตัวเลขให้เป็นภาษาอังกฤษแบบอัตโนมัติให้เรา

ส่วนการ Save ไฟล์ Excel ก็จะต้องทำการ Save เป็นไฟล์ .xlsm ด้วยนะเนืองจากเป็นไฟล์ที่มี Code VBA (Excel Macro-Enable Workbook)

โปรแกรมนับจำนวนหรือเปรียบเทียบจำนวนบรรทัดของ Code

สำหรับใครที่กำลังหาโปรแกรมที่ใช้นับจำนวนบรรทัดของ Code, เปรียบเทียบจำนวน Code, นับบรรทัดว่าง Space หรือ Comment ต่างๆ ใน Project Source code ของเรา ทั้งหมดที่ว่ามานี้สามารถใช้โปรแกรมที่มีชื่อว่า Cloc ซึ่งโปรแกรมนี้สามารถใช้งานได้กับแทบจะทุกภาษาโปรแกรมมิ่ง ไม่ว่าจะเป็น C, C++, Php, Python, Java, Javascript, หรือแม้กระทั้ง Markdown เพื่อนๆสามารถเช็คภาษาและนามสกุลไฟล์ที่รองรับได้ที่นี้ https://github.com/AlDanial/cloc#recognized-languages- หรือจะใช้คำสั่ง cloc –show-lang ก็ได้เช่นกัน

มาดูวิธีใช้งาน (ตัวอย่างสำหรับ Windows) กันดีกว่า

ก่อนอื่นให้ดาวโหลด Cloc มาก่อน โดยสามารถ Download Release version ของ Cloc (โหลดเอาไฟล์ .exe สำหรับคนที่ใช้ Windows) ได้ที่ https://github.com/AlDanial/cloc/releases

เมื่อเราได้ Cloc มาแล้วให้ทำการวาง .exe ของโปรแกรมไว้แล้วทำการเรียกใช้งานโดยผ่านทาง Command line หรือ Power shell ของ windows

จากตัวอย่างเราจะทำการวาง Code ทั้งโปรเจคอยู่ที่ Folder EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1 ตามที่อยู่ด้านล่างนี้ C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1

เวลาเรียกใช้ก็สามารถพิมพ์ Command line ได้ว่า

.\cloc-1.82.exe C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1

ทีเด็ดของโปรแกรม Cloc ก็คือสามารถ Export เป็น report Excel ไฟล์ได้เลย โดยใช้คำสั่งตามนี้
.\cloc-1.82.exe –by-file-by-lang –csv –report-file=test.csv C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1

หรือจะเปรียบเทียบ Code ระหว่าง 2 โปรเจคว่ามีความแตกต่างกันยังไงบ้าง สมมติว่ามี โปรเจค EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1 และ EVM430_CT_1V_1C_50Hz_2 ก็สามารถใช้คำสั่งได้ดังนี้

.\cloc-1.82.exe –by-file-by-lang –count-and-diff C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1 C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_2

ส่วนการ Export เป็น Excel ทดลองแล้วไม่สำเร็จ ก็เลยต้องใช้อีกวีธีหนึ่งคือ ให้ print ออกมาที่ หน้า Console เป็น csv format แล้วก็ก๊อปปี้ไป save เป็น csv เอง โดยใช้คำสั่งดังนี้
.\cloc-1.82.exe –by-file-by-lang –csv –count-and-diff C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_1 C:\Users\Beer\Desktop\EVM430_CT_1V_1C_50Hz_2

วิธีทำให้ Google Chrome เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่

มีใครกำลังหาวิธีทำให้ Google Chrome เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่ กันอยู่บ้างไหม ถ้าใช่ บทความนี้มีวิธีจ้า
เพื่อนๆหลายคนอาจจะสังเกตเห็นว่าหลังจาก ที่ Google Chrome ออกเวอร์ชั่นใหม่มา ก็เอาเมนูที่เรียกว่า “Undo closed tab” หรือ “เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่” ออกไป จากที่เราเคยกดคลิกขวาที่ tab ที่เปิดเว็บนั้นๆได้ก็ไม่มีให้กด

แต่ที่จริงแล้ว Google Chrome “Undo closed tab” หรือ “เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่” ย้ายไปอีกที่หนึ่ง โดย จากเดิมที่เรากดคลิกขวาจาก tab ของเว็บ ก็ย้ายมากด พื้นที่ว่างๆข้างๆ tab ตามรูป ถึงจะมีเมนู “Undo closed tab” หรือ “เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่” ขึ้นมา

ตัวอย่างสำหรับ Google Chrome เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ

ตัวอย่างสำหรับ Google Chrome เวอร์ชั่นภาษาไทย

หรืออีกวิธีหนึ่งก็ใช้การกดคีย์ลัดได้เช่นกัน โดยกด Ctrl + Shift + T ก็จะเป็นการ ทำงาน “Undo closed tab” หรือ “เปิดหน้าต่างที่ถูกปิดขึ้นใหม่”