การแปลงตัวเลขเป็นคำอ่านภาษาไทยง่ายๆใน Excel

สำหรับใครที่กำลังหาวิธีแปลงตัวเลขให้หลายเป็นตัวหนังสือ(คำอ่านภาษาไทย) มาดูวิธีทำในบทความนี้ได้เลย วิธีทำนั้นง่ายมากๆ มาดูกันเลย

ก่อนอื่นเปิด Excel ขึ้นมา แล้วพิมพ์ตัวเลขที่เราอยากแปลงเป็นคำอ่านภาษาไทย
ตัวอย่างเราจะแปลงจากตัวเลข 2019 เป็นคำอ่าน โดยใช้สูตร BAHTTEXT(ตัวเลข)

แล้วกด Enter ก็จะได้คำอ่านตามรูปแล้วละ (จะเห็นว่ามีคำต่อท้ายว่า ถ้วน เข้ามาด้วยเนืองจากส่วนใหญ่คิดว่าน่าจะนำไปใช้กับการคิดเงิน)

หรือเพื่อนๆสามารถนำไปใช้โดยระบุเป็นหมายเลขของ Cell นั้นๆก็ได้

ทดลองใช้ Gcam ชุบชีวิตให้มือถือเก่า

ใครเคยได้ยิน Gcam บ้าง ถ้าใครไม่เคยได้ยิน ในบทความนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ Gcam พร้อมทั้งเปรียบเทียบผลการใช้งานกัน ก่อนอื่นมาเริ่มกันที่ Gcam คืออะไร Gcam ก็คือ Google camera ของมือถือของ Google Pixel ที่ปรับแต่งและรีดประสิทธิภาพของกล้องมือถือมาจนหยดสุดท้าย (แต่ต้องขอย้ำนะว่า ไม่ใช่ แอฟ Google camera ตามปกติที่โหลดได้ทั่วไปใน Play store อันนั้นมันคนละแอฟนะ)

ซึ่ง Google ไม่ได้ทำมาให้มือถือทั่วไปมาโหลดใช้งาน แต่ก็ดันมีนักพัฒนาที่สามารถทำการดัดแปลงและพอร์ตมาลงมือถือต่างๆได้หลายรุ่น โดยสามารถไปดูรุ่นที่พอร์ตลงไปได้และดาวโหลดได้ที่นี้ Google Camera Port Hub

ที่นี้เรามาดูผลการทดสอบกันบ้าง เราจะมาดูที่มือถือรุ่นเก่าที่เอามาเป็นหนูทดลองวันนี้ นั้นก็คือ Samsung galaxy S7

โดยถ่ายรูปเปรียบเทียบระหว่างกล้องปกติ Stock ของ S7 กับ Gcam

จะเห็นได้ว่ามันไม่ค่อยแตกต่างกันมากนัก (ด้านซ้าย แอฟกล้อง Stock S7 , ด้านขวา แอฟกล้อง Gcam S7)

แต่พอซูมดูตัวหนังสือ (ด้านซ้าย แอฟกล้อง Stock S7 , ด้านขวา แอฟกล้อง Gcam S7) โอ้โห้ ถ่ายเห็นตัวหนังสืออ่านออกเลยไม่เละด้วย

กดเพื่อดูรูปขนาดเต็มแบบไม่ได้ย่อถ่ายจาก แอฟกล้อง Stock S7

กดเพื่อดูรูปขนาดเต็มแบบไม่ได้ย่อถ่ายจาก แอฟกล้อง Gcam S7

ถ้าใครสนใจก็ไปโหลดได้ ลองดูที่ Google Camera Port Hub เราะจะได้ไฟล์ .apk แล้วเอาไปติดตังเองนะ

หมายเหตุ มือถือ S7 CPU Exynos Android 8 ใช้ Gcam Google Pixel Camera V.5.1 S7 Exynos modded by IDan1109

100 อันดับเมืองที่มีคนอยู่อาศัยเยอะที่สุดในสหรัฐอเมริกา

อันดับ เมือง รัฐ จำนวนประชากร
1 New York  New York 8,398,748
2 Los Angeles  California 3,990,456
3 Chicago  Illinois 2,705,994
4 Houston  Texas 2,325,502
5 Phoenix  Arizona 1,660,272
6 Philadelphia  Pennsylvania 1,584,138
7 San Antonio  Texas 1,532,233
8 San Diego  California 1,425,976
9 Dallas  Texas 1,345,047
10 San Jose  California 1,030,119
11 Austin  Texas 964,254
12 Jacksonville  Florida 903,889
13 Fort Worth  Texas 895,008
14 Columbus  Ohio 892,533
15 San Francisco  California 883,305
16 Charlotte  North Carolina 872,498
17 Indianapolis  Indiana 867,125
18 Seattle  Washington 744,955
19 Denver  Colorado 716,492
20 Washington  District of Columbia 702,455
21 Boston  Massachusetts 694,583
22 El Paso  Texas 682,669
23 Detroit  Michigan 672,662
24 Nashville  Tennessee 669,053
25 Portland  Oregon 653,115
26 Memphis  Tennessee 650,618
27 Oklahoma City  Oklahoma 649,021
28 Las Vegas  Nevada 644,644
29 Louisville  Kentucky 620,118
30 Baltimore  Maryland 602,495
31 Milwaukee  Wisconsin 592,025
32 Albuquerque  New Mexico 560,218
33 Tucson  Arizona 545,975
34 Fresno  California 530,093
35 Mesa  Arizona 508,958
36 Sacramento  California 508,529
37 Atlanta  Georgia 498,044
38 Kansas City  Missouri 491,918
39 Colorado Springs  Colorado 472,688
40 Miami  Florida 470,914
41 Raleigh  North Carolina 469,298
42 Omaha  Nebraska 468,262
43 Long Beach  California 467,354
44 Virginia Beach  Virginia 450,189
45 Oakland  California 429,082
46 Minneapolis  Minnesota 425,403
47 Tulsa  Oklahoma 400,669
48 Arlington  Texas 398,112
49 Tampa  Florida 392,890
50 New Orleans  Louisiana 391,006
51 Wichita  Kansas 389,255
52 Cleveland  Ohio 383,793
53 Bakersfield  California 383,579
54 Aurora  Colorado 374,114
55 Anaheim  California 352,005
56 Honolulu  Hawaii 347,397
57 Santa Ana  California 332,725
58 Riverside  California 330,063
59 Corpus Christi  Texas 326,554
60 Lexington  Kentucky 323,780
61 Stockton  California 311,178
62 Henderson  Nevada 310,390
63 Saint Paul  Minnesota 307,695
64 St. Louis  Missouri 302,838
65 Cincinnati  Ohio 302,605
66 Pittsburgh  Pennsylvania 301,048
67 Greensboro  North Carolina 294,722
68 Anchorage  Alaska 291,538
69 Plano  Texas 288,061
70 Lincoln  Nebraska 287,401
71 Orlando  Florida 285,713
72 Irvine  California 282,572
73 Newark  New Jersey 282,090
74 Toledo  Ohio 274,975
75 Durham  North Carolina 274,291
76 Chula Vista  California 271,651
77 Fort Wayne  Indiana 267,633
78 Jersey City  New Jersey 265,549
79 St. Petersburg  Florida 265,098
80 Laredo  Texas 261,639
81 Madison  Wisconsin 258,054
82 Chandler  Arizona 257,165
83 Buffalo  New York 256,304
84 Lubbock  Texas 255,885
85 Scottsdale  Arizona 255,310
86 Reno  Nevada 250,998
87 Glendale  Arizona 250,702
88 Gilbert  Arizona 248,279
89 Winston–Salem  North Carolina 246,328
90 North Las Vegas  Nevada 245,949
91 Norfolk  Virginia 244,076
92 Chesapeake  Virginia 242,634
93 Garland  Texas 242,507
94 Irving  Texas 242,242
95 Hialeah  Florida 238,942
96 Fremont  California 237,807
97 Boise  Idaho 228,790
98 Richmond  Virginia 228,783
99 Baton Rouge  Louisiana 221,599
100 Spokane  Washington 219,190

ข้อมูลอ้างอิงจากปี 2018

หาอะไรก็เจอใน Google

ในบทความนี้จะมาแนะนำทิปเทคนิคเล็กๆน้อยๆสำหรับการค้นหาข้อมูลใน Google กันนะ เอาละมาเริ่มกันเลย

Understanding
เวลาเราค้นหาข้อมูลที่เราต้องการข้อมูลเชิงลึก ต้องการทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องที่เราจะค้นหา นอกจากเราจะใช้ Keyword (คำที่เกี่ยวข้องเฉพาะเจาะจงกับสิ่งที่เราจะค้นหา) ของคำๆนั้นในการค้นหาตามปกติแล้ว ขอแนะนำให้เราใช้ คำนี้เข้าไปด้วย นั้นก็คือคำว่า “Understanding” แล้วตามด้วยคำที่เราจะค้นหา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าจะหาข้อมูลหรือทำความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีของ Bluetooth เราก็จะค้นหาว่า Understanding Bluetooth technology

101
นอกจากนี้หากเราอยากเรียนรู้เกี่ยวกับคำที่เราค้นหาแบบเบื้องต้นๆ ง่ายๆ เบสิคๆ ก็แนะนำให้ใช้ คำว่า ข้อมูลที่เราจะหาแล้วตามด้วย 101 เช่น ถ้าอยากรู้เกี่ยวกับคณิตศาสตาร์เบื้องต้นก็ให้เราพิมพ์ว่า Mathematic 101

Double quote (” “)
อีกเทคนิคหนึ่งก็คือการค้นหาคำที่เฉพาะเจาะจง ให้เราใช้เครื่องหมายฟันหนู หรือ Double quote (” “) ครอบ keyword ที่เราค้นหา ยกตัวอย่างเช่น สมมติเราต้องการจะหาหมายเลขข้อความ error 0x00000061 ที่ขึ้นบนหน้าจอของ Windows 10 ก็ให้เราค้นหาว่า Windows 10 error “0x00000061”

site:
และเทคนิคสุดท้าย เมื่อเราอยากจะค้นหาข้อมูลที่อยู่ในเว็บไซต์เว็บนั้นโดยเฉพาะโดยไม่ต้องการผลการค้นหาของเว็บอื่นเลย ให้เราใช้ site:website ตามด้วย keyword ตัวอย่างเช่น จะค้นหาคำว่า รีวิวไปเที่ยวเยอรมัน ในเว็บไซต์ pantip ก็ให้เราค้นหาคำว่า site:pantip.com รีวิวไปเที่ยวเยอรมัน

และนี้ก็เป็นทิปเทคนิคการค้นหาข้อมูลใน Google สามารถนำเอาใช้งานกันได้ ขอให้ทุกคนหาอะไรก็เจอตรงใจตามที่อยากได้นะ หาอะไรก็เจอถ้าใช้เทคนิคตามนี้ อย่าลืมนำเอาไปใช้กันละ

วิธีปิดหรือเปิด Module เช่น Stats ใน Jetpack

มีใครใช้ WordPress plugin Jetpack แล้วหาวิธีปิดหรือเปิด Module เช่น Stats ไม่เจอบ้าง ในบทความนี้จะมาสอนวิธีปิดหรือเปิด Stats ใน Jetpack นอกจากนี้วิธีนี้ยังสามารถใช้กับ Module ตัวอื่นๆของ Jetpack ก็ได้เช่นกันนะ

ก่อนอื่นให้เราไปที่ Jetpack เลือก Jetpack Dashboard

เลื่อนลงมาด้านล่าง จะเห็นคำว่า Debug ให้คลิกเข้าไปที่ Debug

ตอนนี้เราจะมาอยู่ที่ Debugging Center ของ Jetpack เสร็จแล้วให้เราคลิก ไปที่ Access the full list of Jetpack modules available on your site.

คราวนี้เราก็จะเห็นที่เปิดปิด Activate Deactivate แต่ละModule ของ Jetpack แล้ว เราสามารถเลือกเปิดปิดได้เลยดังรูป

รายชื่อประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย

รายชื่อประเทศต่างๆในทวีปเอเชียและข้อมูลจำนวนประชากรแต่ละประเทศ รวมไปถึงชื่อของเมืองหลวงของแต่ละประเทศ

ประเทศ จำนวนประชากร เมืองหลวง
Afghanistan 34,656,032 Kabul
Armenia 2,924,816 Yerevan
Azerbaijan 9,725,376 Baku
Bahrain 1,425,171 Manama
Bangladesh 162,951,560 Dhaka
Bhutan 797,765 Thimphu
Brunei 423,196 Bandar Seri Begawan
Cambodia 15,762,370 Phnom Penh
China 1,403,500,365 Beijing
East Timor 1,268,671 Dili
Egypt 95,688,681 Cairo
Georgia 3,925,405 Tbilisi
Hong Kong 7,448,900 Hong Kong
India 1,324,171,354 New Delhi
Indonesia 261,115,456 Jakarta
Iran 80,277,428 Tehran
Iraq 37,202,572 Baghdad
Israel 8,191,828 Jerusalem (disputed)
Japan 127,748,513 Tokyo
Jordan 9,455,802 Amman
Kazakhstan 17,987,736 Nur-Sultan
Kuwait 4,052,584 Kuwait City
Kyrgyzstan 5,955,734 Bishkek
Laos 6,758,353 Vientiane
Lebanon 6,006,668 Beirut
Malaysia 31,187,265 Kuala Lumpur
Maldives 427,756 Malé
Mongolia 3,027,398 Ulaanbaatar
Myanmar 52,885,223 Naypyidaw
Nepal 28,982,771 Kathmandu
North Korea 25,368,620 Pyongyang
Oman 4,424,762 Muscat
Pakistan 211,103,000 Islamabad
Palestine 4,790,705 Ramallah (Jerusalem) (claimed)
Papua New Guinea 8,084,991 Port Moresby
Philippines 103,320,222 Manila
Qatar 2,569,804 Doha
Russia 143,964,513 Moscow
Saudi Arabia 32,275,687 Riyadh
Singapore 5,622,455 Singapore
South Korea 50,791,919 Seoul
Sri Lanka 20,798,492 Colombo
Syria 18,430,453 Damascus
Taiwan 23,556,706 Taipei
Tajikistan 8,734,951 Dushanbe
Thailand 68,863,514 Bangkok
Turkey 79,512,426 Ankara
Turkmenistan 5,662,544 Ashgabat
United Arab Emirates 9,269,612 Abu Dhabi
Uzbekistan 31,446,795 Tashkent
Vietnam 94,569,072 Hanoi
Yemen 27,584,213 Sana’a
Abkhazia 242,862 Sukhumi
Artsakh 146,573 Stepanakert
South Ossetia 51,547 Tskhinvali

หมายเหตุข้อมูลประชากรจากปี 2016

มาทำความเข้าใจและรู้จักกับ ตัวเก็บประจุ Capacitor

สำหรับใครที่สงสัยและอยากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ ว่าโครงสร้างและหลักการการทำงานของตัวเก็บประจุ เป็นอย่างไร สามารถศึกษาได้จากบทความนี้ได้เลย
Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทำมาจาก 2 แผ่นตัวนำ(parallel conductive plates) คั้นกลางด้วย Dielectric ซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นฉนวน ประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนแซนวิช ดังรูป

สำหรับ ฉนวน Dielectric สามารถทำมาจากวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าทั้งหลายเช่น พลาสติก  ยาง เซรามิค แก้ว
ฉนวนแต่ละชนิดซึงเราสามารถวัดค่าความเป็นฉนวนได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับวัสดุนั้นๆ

โดย
C ขนาดของตัวเก็บประจุ หน่วยคือ Farad
A พื้นที่หน้าตัดของแผ่นตัวนำ
d ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำ

εr  dielectric’s relative permittivity เป็นค่าคงที่ของฉนวน ขึ้นอยู่กับชนิดของฉนวนนั้นๆเช่น

เราจะเห็นได้ว่า ยิ่ง εr หรือ A มีค่ามากก็จะทำให้สามารถเพิ่มความจุของตัวเก็บประจุทำให้มีค่าความจุมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหาก มีระยะห่าง d ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำมากก็จะทำให้ตัวเก็บประจุมีค่าน้อย

หลักการทำงานของ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ
ก็คือ เมื่อนำตัวเก็บประจุไปต่อเข้ากับวงจรหรือแหล่งจ่ายไฟครบวงจร  เราจะสังเกตได้ว่ากระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านตัวเก็บประจุได้ (มองเป็น Open Circuit) ก็เพราะว่าในตัวเก็บประจุมี ฉนวนกั้นอยู่
ในขณะเดียวกันก็เกิดประจุไฟฟ้าที่ไหลข้ามฉนวนไม่ได้ก็ติดอยู่ที่แผนตัวนำ ทำให้ด้านนั้นมีประจุไฟฟ้าลบ(Electron)เยอะ  ส่วนแผนตัวนำด้านตรงข้ามก็กลายเป็นประจุไฟฟ้าด้านบวกเพราะ Electron ไหลไปอีกด้านหนึ่งจำนวนมาก
การที่มีประจุติดอยู่ที่แผนตัวนำของ ตัวเก็บประจุ ได้ก็เพราะว่า แต่ละด้านมีประจุไฟฟ้าที่เป็นขั้วตรงกันข้ามกันทำให้เกิดสนามไฟฟ้า electric field ดึงดูดซึ่งกันและกัน (+ และ – ดึงดูดกัน) ซึ่งทำให้ตัวเก็บประจุสามารถเก็บพลังงานศักย์ หรือ แรงดัน (Voltage) ไว้ได้

เป็นยังไงกันบ้าง คราวนี้ก็เข้าใจ หลักการทำงานและรู้ถึงโครงสร้างของ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ กันแล้วใช่ไหม สำหรับการใช้งาน Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ ก็ขอให้ติดตามสามารถอ่านได้ในบทความถัดไปได้เลย

ตัวเก็บประจุ Capacitor ชนิดต่างๆ

ตัวเก็บประจุ (Capacitor) นั้นมีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน ซึ่งการพิจารณาตัวเก็บประจุเพื่อนำไปใช้งานนั้นสามารถพิจารณาจากคุณสมบัติของตัวเก็บประจุได้ดังนี้

ขนาดของตัวเก็บประจุและค่าตัวเก็บประจุ  ต้องเลือกชนิดชองตัวเก็บประจุให้เหมาะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้กลายเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่เมื่อประกอบลงบอร์ด PCB ได้

แรงดันที่ตัวเก็บประจุทนได้  ควรจะเพือแรงดันจากการออกแบบไว้ด้วย (Safety margin)

กระแส leakage กระแส leakage ทำให้ตัวเก็บประจุสะสมพลังงานได้ช้าและยังมีการรั่วไหลออกไปด้วย

ESR (Equivalent series resistance)  ESR หากมีค่ามากจะทำให้เกิดความร้อนสุญเสียพลังงาน (โดยทั่วไปอยู่ที่ 0.01 ohm)

ความคลาดเคลื่อน tolerance  ค่าของตัวเก็บประจุที่ผลิตออกมายอมต้องมีความคลาดเคลื่อนบ้าง มีตั้งแต่ +-1 % ไปจนถึง 20%

ราคา อย่าลืมตัวนี้ละสำคัญมากๆ

เราสามารถแบ่งประเภทของตัวเก็บประจุชนิดต่างๆได้เป็น 2 ประเภทใหญ่คือ
1. Fixed Capacitors ตัวเก็บประจุแบบปรับค่าไม่ได้

1.1 Mica capacitors ประกอบด้วยวัสดุฉนวนที่เรียกว่า mica หรือ Backlite  มีค่า Dielectric constant เท่ากับ 5  Mica capacitors ส่วนใหญ่จะมีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 1pF ไปจนถึง 0.1uF และทนแรงดัน ตั้งแต่ 100 Vdc ถึง 2500 Vdc

1.2 Ceramic Capacitors ใช้ เซรามิคเป็นวัดสดุที่ใช้เป็นฉนวน ซึ่งเซรามิคมีค่าความเป็นฉนวนที่สูงอยู่ที่ ค่า Dielectric constant เท่ากับ 1200 ส่งผลให้มีค่าความเก็บประจุที่สูงและมีขนาดเล็ก Ceramic capacitors ส่วนใหญ่จะมีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 1pF ไปจนถึง 2.2 uF และทนแรงดัน ได้ถึง6000 Vdc Ceramic Capacitors มีลักษณะใกล้เคียงอุดมคิติมากเพราะ Low ESR และ leakage current ราคาไม่แพง แต่มีขนาดเล็กทำให้ค่าความจุมีขนาดน้อย Ceramic Capacitors เหมากับงานที่ High frequency coupling และ decoupling application

นอกจากนี้ยังมีแบบ SMD type ที่เราเรียกว่า Multilayer Ceramic Capacitors หรือ MLCC ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ขนาดเล็กและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น มือถือ ทีวี รถยนต์ ต่างๆ

1.3 Electrolytic Capacitors เป็นตัวเก็บประจุที่มีขั้ว (ใส่ผิดขั้ว ระเบิด หลังจากระเบิดแล้วจะทำให้ short circuit) มีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 0.1uF ไปจนถึง 2.7 F และทนแรงดัน ได้ถึงถึง 630 Vdc จะเห็นได้ว่า Electrolytic Capacitors   ให้ค่าความจุที่มากกว่าแบบ Ceramic หรือ Mica แต่ว่าทนแรงดันได้น้อยกว่า

Electrolytic Capacitors แบ่งได้เป็น  2 ชนิด

Aluminum Electrolytic dielectric ทำมาจาก Aluminum oxide ราคาไม่แพง

Tentalum Electrolytic dielectric ทำมาจาก Tentalum pentoxide มีคุณสมบัติ low leakage และมีขนาดของค่าตัวเก็บประจุสูง  reactance ต่ำ ที่ความถี่สูง  มีขนาดเล็กและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  แต่ว่าราคาแพงกว่า Aluminum Electrolytic  ใช้กันในอุปกรณ์ทางการแพทย์และงานที่ต้องการความเสถียรของระบบสูง

2. Variable capacitors ตัวเก็บประจุปรับค่าได้
Variable capacitors ส่วนใหญ่ มีค่าน้อบกว่า 300pF หรืออาจะมีค่ามากกว่านี้ขึ้นอยู่กับ application

อะไรคือ โลกตะวันตก, โลกตะวันออก หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก

ใครเคยได้ยินคำว่า โลกตะวันตก, โลกตะวันออก, หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก  สงสัยกันไหมว่าหมายถึงที่ไหนกัน หรือชนชาติไหนกันนะ

จริงๆแล้วตามนิยามสมัยใหม่นักมานุษยวิทยาก็ไม่ได้ระบุคำว่าโลกตะวันตก, โลกตะวันออก, หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก ลงไปว่าหมายถึงประเทศหรือชนชาติใดบ้างอย่างชัดเจน แต่ก็พอจะสามารถแบ่งทั้งโลกของเราได้เป็น 4 ที่หลักๆก็คือ โลกตะวันตก Western world, โลกตะวันออก Eastern world, โลกอาหรับ Arab และ  โลกแอฟริกัน African worlds

นอกจากนี้บ้างครั้งก็ยังมีการแยก ลาตินอเมริกา Latin American และ ออร์ทอดอกซ์ Orthodox (ศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์) ออกจาก โลกตะวันตก อีกด้วย

โดยโลกตะวันออก (เจอพระอาทิตย์ขึ้นก่อน) จะประกอบไปด้วย ประเทศในทวีปเอเชียทั้งหมดไม่รวมเอเชียกลาง

โลกอาหรับ หรือ ตะวันออกกลาง

โลกแอฟริกา ทวีปแอฟริกา

และส่วนที่เหลือก็คือโลกตะวันตก นั้นเอง