วิธีแปลงไฟล์ mp4 เป็น mp3 แบบง่ายๆด้วย VLC

รู้ไหมว่าเราสามารถใช้โปรแกรม VLC มาแปลงไฟล์ mp4 เป็น mp3 ได้นะ ว่าแล้วก็มาดูวิธีการทำกันเลย

ให้ทำการเปิด VLC แล้วไปที่ เมนู media > Convert/Save… ตามรูป
vlcmp4tomp3-1

เราก็จะเห็นหน้าต่าง pop up ตามรูปด้านล่าง ให้เราทำการกด Add เพื่อเลือกไฟล์ mp4 ที่เราต้องการจะแปลงไฟล์ จากรูปตัวอย่างจะเลือกไฟล์ AURORA – I Went Too Far.mp4 แล้วให้เรากดปุ่ม Conver/Save
vlcmp4tomp3-2

ให้เราเลือก profile เป็น Audio – MP3 ถ้าหากอยากปรับคุณภาพของเสียงก็ให้กด ปุ่มรูป เครื่องมือ
vlcmp4tomp3-3

จะขึ้นหน้าต่างให้เราปรับ Profile edition ให้เลือก Audio codec ก็จะเห็นให้ปรับ bitrate และ sample rate ต่างๆ
vlcmp4tomp3-4

หลังจากเลือกคุณภาพของเสียงแล้วก็กด เลือกว่าหลังจากแปลงเสร็จจะให้ไฟล์ mp3 อยู่ที่ไหน โดยเลือก Browse ที่ Destination file แล้วก็กด Start เพื่อแปลงไฟล์ได้เลย
vlcmp4tomp3-5

รอสักครู่ ขณะแปลงไฟล์ พอเสร็จเราก็จะได้ไฟล์ mp3 ที่แปลงมาจากโปรแกรม VLC
vlcmp4tomp3-6

และนี้ก็เป็นการใช้งานโปรแกรม VLC เพื่อแปลงไฟล์ mp4 เป็น mp3 แบบง่ายๆ โดยไม่ต้องหาโปรแกรม แปลงไฟล์ให้ยุ่งยาก ใช้ VLC นี้และ ง่ายจริงๆ

วิธีตรวจสอบ Encoding ของ text ไฟล์ แบบง่ายๆ

วิธีตรวจสอบ encoding ของไฟล์ text ได้เบื้องต้นจากโปรแกรม notepad นั้นเองวิธีทำก็ง่ายๆเลย

เริ่มจาก เปิดไฟล์ที่เราต้องการตรวจสอบ ด้วยโปรแกรม notepad ใน windows นั้นและ
unicode check 0

เสร็จแล้วให้เราทำการ save as ดู
unicode check 1

เราก็จะเห็น encoding ของไฟล์ใน pop up ที่ขึ้นมาให้เราเลือกตอนที่จะ save ชื่อไฟล์นั้นเอง จะสังเกตได้ตรงที่เลือก Encoding จากตัวอย่างจะเป็น UTF-8 encoding

ซึ่งเราสามารถเห็นได้ว่าจะมี encoding เบื้องต้น 4 แบบ ก็คิอ
ANSI
Unicode
Unicode big endian
UTF-8

และนี้ก็เป็นวิธีตรวจสอบ format text file เบื้องต้น ง่ายๆ จาก notepad นั้นเอง

สุดยอด WordPress Plugin ย่อรูปอัตโนมัตื

มีใครบางไหมที่ขี้เกียจย่อรูปภาพก่อน อัพขึ้นไปที่ Blog ของเราเอง บ้าง จะไม่ย่อรูปภาพเลยก็ไม่ได้ ไฟล์จะมีขนาดใหญ่ทำให้อัพได้ช้า+โฮสพื้นที่ก็จะเต็ม
ก็เลยเป็นที่มาของการหา Plugin ที่ทำการย่อรูปภาพแบบอัตโนมัติ ก่อนที่จะอัพโหลดรูปขึ้นโฮส
ซึ่ง Plugin ส่วนใหญ่จะ จะเป็น Plugin ที่ย่อรูปและบีบอัดไฟล์หลังจากอีพโหลดรูปไปแล้ว (มันไม่ใช่อะ)

ซึ่ง Plugin ที่เราอยากได้นั้นก็คือ imsanity นั้นเอง

โดย Plugin ตัวนี้จะทำการ resize รูป ตอนที่ เรากำลัง upload รูปลง Blog เรานั้นเอง

imsanity-plugin
https://wordpress.org/plugins/imsanity/

ก่อนทีตัว imsanity Plugin จะทำการย่อรูปให้เรา เราก็ต้องมา ตั้งค่าก่อนใช้งานกันก่อน ในส่วนของการ Settingสามารถเข้ามา Setting ได้จากที่ Setting -> imsanity
ก็จะเป็นดังภาพ

insanity-setting-normal-ok

ความหมายของการตั้งค่าแต่ละอัน

Images uploaded within a Page/Post จะย่อรูปที่เรา upload ในหน้า Page กับ Post (หน้าที่เราเขียน Blog, Posts->Add new หรือ Pages -> add new นั้นเอง)

Images uploaded directly to the Media Library ก็คือจะย่อในหน้าที่ media -> add new

Images uploaded elsewhere (Theme headers, backgrounds, logos, etc) ย่อในส่วนของธีม (ตัวนี้ไม่เคยใช้งานเหมือนกัน)

JPG image quality การบีบอัดคุณภาพของไฟล์ ซึ่งเป็นไฟล์ JPG เท่านั้น
ค่า100 คือไม่ลดความละเอียด แบบเดิมๆนั้นเอง
0 ลดคุณภาพสูงสุด (ทำให้คุณภาพรูปแย่ลงมากๆ)
แนะนำให้ใช้ค่าแค่ 90 ก็เพียงพอแล้ว

Convert BMP To JPG แปลง ไฟล์ bmp เป็น JPG เพื่อที่จะใช้ feature การบีบอัดคุณภาพเพื่อที่จะใช้กับไฟล์ BMP ได้

Convert PNG To JPG แปลง ไฟล์ bmp เป็น JPG เพื่อที่จะใช้ feature การบีบอัดคุณภาพเพื่อที่จะใช้กับไฟล์ PNG ได้

หลังจากตั้งค่าแล้วกด Save change แล้วก็ทดลองใช้งานกันได้ ก็จะเห็นว่าเวลาเราอัพไฟล์รูปที่มีความละเอียดสูงๆ มีขนาดใหญ่เกินค่าที่เราตั้งไว้ ไฟล์รูปนั้นก็จะถูกย่อขนาดลงมาโดยอัตโนมัติ

นอกจากนี้ imsanity ยังสามารถย่อรูปที่เราได้อัพโหลดไปเรียบร้อยแล้วก่อนหน้านี้ทำการย่อความละเอียดของรูปทั้งหมดได้เพียงคลิกเดียว

insanity-setting-bulk-resize-ok

วิธีใช้ Visual studio เขียนภาษา C

เราสามารถใช้ Visual studio มาเขียนภาษา C และ compile ภาษา C ได้ โดยมีวิธีการทำดังนี้

1. เราต้องสร้าง Project ขึ้นมาก่อน โดยไปที่ New Project เลือก Visual C++ > Win32 Console Application
1

2. ให้เราเลือก Application type เป็น Console application ส่วน additional options เป็น empty project
2

3. พอเราสร้าง project เสร็จแล้ว ให้ทำการ สร้างไฟล์ โดย ไปคลิกขวาที่ Source Files เลือกAdd > New item แล้วเลือก Visual C++ เลือก C++ file แต่ตรงไฟล์ name เราจะใช้นามสกุล .c จากตัวอย่างสร้างชื่อว่า test.c
3

4

4. แล้วทำการเขียนโค้ด ภาษา C ลงไป แล้วทดลองสั่ง compile and runโดยกด ที่ icon ปุ่ม play เขียวๆ
4.5

ตัวอย่างโค้ด

#include<stdio.h>

/*
Array size (row)*(column)
array[row][colum]
*/
int ar[3][3]=
{
    1,2,3,
    4,5,6,
    7,8,9
};


int main(void)
{
    /*
    Specific element form [0] to [2]
    */
    printf("array 2D is [row][colum]\n");
    printf("%d\n",ar[0][2]);

    getchar();

	return 0;
}

5. อย่าลืมตอนเขียนให้ใส่ getchar(); ด้วยจะทำให้โปรแกรมหยุดรอเราจนกว่าจะกดปุ่ม หลังจากกด compile and runแล้วเราก็จะเห็นว่าโปรแกรมทำงานขึ้นมาในหน้าต่าง console
5

วิธีเปลี่ยนธีมของ Blogspot หรือ Blogger

เราสามารถ Upload theme ใหม่ได้จากหลายๆที่ที่มีการแจก theme blogger หรือ theme blogspot โดยการ Upload theme ใหม่เฃ้าไปสามารถทำได้ไม่ยาก ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

1. เราเลือก ไปที่ เมนูด้านซ้ายมือ Template แล้วทำการเลือก Backup/Restore ด้านขวามือบน
blogspot-up-theme-1-now

2. จะเห็นว่า เข้ามาที่หน้า Template > Backup / Restore ให้เราทำการ browse theme ใหม่ที่เราเลือกมาแล้ว upload ขึ้นไป
blogspot-up-theme-2-now

ทำตามขั้นตอนง่ายๆนี้เราก็จะไก้ Theme ใหม่ที่สวยงามกว่า เดิม
สำหรับใครที่อยากได้ Theme สวยๆสามารถไปเลือกดูเลือกชมได้ที่ mybloggerthemes.com และ btemplates.com เพราะทั้ง 2 ที่นี้ theme เขามีแต่สวยๆงามๆให้เลือกเยอะแยะเลยละ

การคำนวณค่าความผิดพลาด Error

Nanoscope

เราสามารถคำนวณค่าความผิดพลาด หรือ เราเรียกกันว่า Error ได้จาก
Observed Value ก็คือค่าที่เราวัดได้
True Value ก็คือค่าที่แท้จริง หรือ เป็นค่าที่เราคาดหวัง
โดยเราสามารถแบ่งการคำนวณค่าผิดพลาดได้เป็น 2 แบบ นั้นก็คือ

abs error

Relative error 1

หรือ

Relative error 2
(โดย Vtrue ไม่เท่ากับ 0)

โดย
Relative percent error 1

หรือ

Relative percent error 2

ตัวอย่างการคิดค่า Absolute Error
Observed Value = 9
True Value = 10
Absolute error = 9-10 = -1

ตัวอย่างการคิดค่า Relative Percent Error และ Relative Error
Observed Value = 9
True Value = 10
Relative Error = -0.1
Relative error Percent Error = -10%

เราจะเห็นได้ว่า error สามารถ แบ่งได้เป็น 2 แบบ นั้นก็คือ โดย Absolute error และ Relative Error
โดย Absolute Error จะเป็นตัวบอกว่า มีความผิดพลาดจากการวัดขนาดเท่าไรจากการวัด ส่วน Relative Error จะแสดงถึงการวัด Error นั้นมีค่าความผิดพลาดที่ดีหรือเปล่าโดยสามารถเทียบเป็น Relative error Percent Error ได้นั้นเอง

POSIX คืออะไร แล้วมันดียังไง ทำไมต้องมีด้วยนะ

Ieee_blue

POSIX ย่อมาจาก Portable Operating System Interface หรือ POSIX นั้นคือ ข้อตกลงมาตรฐานที่ถูกระบุโดย IEEE Computer Society

ซึ่งมาตรฐานเหล่านั้นประกอบไปด้วย กลุ่มของ API (application programming interfaces) สำหรับ ระบบปฏิบัติการ Unix และ Unix-like ต่างๆ เช่น Solaris (Oracle), AIX (IBM), HP-UX (HP), OS X (Apple) และ Linux distros ต่างๆ (Linux distros ส่วนใหญ่ คลอบคลุมตาม POSIX เกือบทั้งหมด แต่ไม่ได้ มีการตรวจสอบอย่างเป็นทางการ เพราะต้องจ่ายเงินสำหรับการทดสอบนั้นเอง) ส่วน Windows เองนั้น ก็สามารถรองรับ POSIX ได้ผ่านทาง “Windows Subsystem for Linux” หรือ ใช้ Cygwin ซึ่งเป็น Third-party project นั้นเอง

แล้วทำไมต้องมี POSIX มีแล้วดียังไง?
การที่เราสร้างโปรแกรม แล้วเขียนโปรแกรมให้ใช้งาน API ที่กำหนดตาม POSIX มีข้อดีอย่างมาก เพราะจะทำให้โปรแกรมที่เราสร้างขึ้นมานั้นสามารถ port หรือ ย้ายไปใช้งานกับระบบปฏิบัติการอื่นๆที่รองรับ POSIX ได้ ทำให้เราไม่ต้องเขียนโปรแกรมขึ้นมาใหม่เพื่อรองรับ ระบบปฏิบัติการนั้นๆ ซึ่งแบบนี้เราจะเรียกโปรแกรมที่เขียนแบบนี้ว่า เป็นการเขียนแบบ cross-platform นั้นเอง

และนี้ก็เป็นการทำความรู้จักกับ POSIX หรือ Portable Operating System Interface ซึ่งเป็นมาตรฐาน API ที่ช่วยให้เราสามารถเขียนโปรแกรมให้ cross-platform ไปทำงานที่ระบบปฏิบัติการอื่นๆได้อย่างง่ายดายนั้นเอง

ใช้งาน Task schedule ในขณะที่เราไม่ได้ logged on windows ไว้

ในการใช้งาน Task schedule เราสามารถสั่งให้ทำงานได้ แม้กระทั้งเราไม่ได้ logged on windows ไว้อยู่ ให้ทำงานตาม schedule ที่เราตั้งไว้ได้ ซึ่งสามารถเลือกติ๊กโดยเลือกที่ Run whether user is logged on or not ได้ ดังรูป

nopass

แต่ว่าหากเครื่อง windows ใครตั้ง password เพื่อ login เข้า windows ไว้ เราจะต้อง เลือกเอา ติ๊กออก Do not store password. The task will only have access to local computer resources.ดังรูป

need login pass

และนี้ก็เป็นการใช้งาน Task schedule สำหรับเครื่องที่ต้อง ใส่ password เพื่อ login เข้าเครื่อง ใช้งานได้ปกติ และถูกต้อง

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับการทำ Normalized ตัวเลข

calculator_number_display
Normalized number คือการเปลี่ยนตัวเลขให้อยู่ในรูปแบบ Scientific notation ซึ่งเป็นรูปแบบมาตรฐาน การทำ Normalized number มีประโยชน์เนื่องจากสามารถเขียนตัวเลขที่มีจำนวนมากๆหรือจำนวนน้อยมากๆให้อยู่ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน สามารถนำมาเปรียบเทียบได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งยังสามารถเขียนได้สะดวกกว่าค่าเดิม

การทำ Normalized number ตัวเลขฐาน 10
สามารถทำได้โดยนำตัวเลขฐาน 10 มาแปลงเป็นดังรูปแบบด้านล่างนี้
Normalized001

Normalized002

ตัวอย่าง การทำ Normalized number เช่น
165.532 Normalize ได้เป็น normalized-ex1
0.00195 Normalize ได้เป็น normalized-ex2
5,000,000,000 Normalize ได้เป็น normalized-ex3
เราจะเห็นได้ว่าสามารถเปรียบเทียบตัวเลขทั้ง 3 คัวเลขจากตัวอย่างได้อย่างง่ายได้ โดยดูจากเลขชี้กำลังและตัวเลขด้านหน้าประกอบ

นอกจากตัวเลขฐาน 10-ทั่วไปแล้วยังสามารถใช้กับตัวเลขฐานอื่นๆก็ได้เช่นกัน
โดย Base b (b คือเลขฐาน เช่น เลขฐาน 2 b=2 หรือ ฐาน16 b=16) สามารถแปลงเป็นดังรูปแบบด้านล่างนี้
Normalized003