ตัวเลขบอกเลขหน้าและการแบ่งหน้า

บทความนี้จะมาสอนการแบ่งหน้าและรันเลขหน้าแบบ 1, 1-1, 2 โดยจะทำการแทรกหน้า 1-1 เข้าไปในระหว่างหน้าเดิม เพื่อที่จะให้เลขหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แบบรูปตัวอย่างนี้
pagenumberword7

วิธีทำก็คือ สมมติเราเรียงเลขหน้าไว้แล้วตามรูป
pagenumberword0

ให้เราทำการแบ่งหน้าโดย ไปที่ Page Layout แล้วเลือก Breaks เลือก Next Page
pagenumberword1

แบ่งหน้าโดย Next Page 2 ครั้ง โดยแบ่งหน้าแรก หน้าที่ 1 กับหน้าที่แทรก 1-1 และ หน้าที่แทรก 1-1 กับ หน้าที่ 2 ออกจากกันจะได้ดังรูป (จะเห็นคำว่า Section Break (Next Page))
pagenumberword2

เสร็จแล้วทำการให้เลขหน้าของหน้าที่เราแทรกเข้าไป (1-1) ไม่รันเลขเชื่อมกับหน้าที่ 1 และ หน้าที่ 2 ไม่เชื่อมกับหน้าที่เราแทรกเข้าไป โดยการ คลิกเข้าไปที่หมายเลขหน้าด้านล่าง แล้วไปที่ Design เลือก Link to Previous ออก
pagenumberword3

เสร็จแล้วเราก็พิมพ์ 1- ใส่เข้าไป
pagenumberword4

ส่วนหน้าที่ 2 ให้ทำการเรียงเลขหน้าใหม่ โดยคลิกที่ เลขหน้าด้านล่าง แล้ว เลือก Insert เลือก Format Page Numbers
pagenumberword5

ใส่เลขให้เริ่มนับหน้าใหม่ โดยเริ่มจาก 2
pagenumberword6

แล้วเราก็จะได้ เลขหน้า และหน้าใหม่ที่แทรก ตามรูป เสร็จเรียบร้อย
pagenumberword7

วิธี Setting Cppcheck ให้ใช้งานกับ Sublime Text หรือ Notepad++

เวลาเราใช้ Cppcheck เพื่อตรวจสอบ Source code ของเรา หากเราเจอ error หรือ warning แล้วต้องการแก้ไขผ่าน Text Editor ที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำเช่น Sublime Text หรือ Notepad++

เราสามารถ Setting Cppcheck ได้ตามนี้เลย ก่อนอื่นให้ไปที่ Edit>Preferences
cppcheck-line-1

มาที่ Tab Applications ให้เราทำการ Add โปรแกรมที่เราอยากจะใช้เป็น Text Editor เข้าไป จากตัวอย่างจะ Add Notepad++ และ Sublime Text 3
cppcheck-line-2

โดยค่า Setting ของ Sublime Text ก็จะต้องใส่ Name, Executable path แล้วก็ Parameters โดยให้ใส่ Parameters ว่า (file):(line):0 ซึ่ง file นี้หมายถึงชื่อไฟล์ เช่น test.c และ line ก็คือเลขบรรทัด ส่วน 0 ก็คือ คอลัมน์ที่ 0 คอลัมน์แรกนั้นเอง
cppcheck-line-3

ส่วน Notepad++ ก็ใส่ Parameters ว่า –n(line) (file)
cppcheck-line-4

ลองทดลองใช้โดย Setting ให้ Sublime Text เป็นตัว Default กดเช็ค Code ดูมี Warning ดังภาพ แล้วดับเบิลคลิกดูหน่อย
cppcheck-line-0

โปรแกรมก็จะเปิด Sublime Text ขึ้นมาแล้ววิ่งไปที่บรรทัดที่มีปัญหาได้อย่างถูกต้องแล้ว
cppcheck-line-5

วิธีตรวจสอบว่าเว็บนั้นลง WordPress plugin อะไรอยู่บ้างนะ

มีใครสงสัยกันไหมว่า มันมีวิธีเช็คไหมว่าเว็บไซต์ที่เป็น WordPress นั้นใช้ Plugin อะไรกันอยู่บ้างนะตอนนี้

คำตอบก็คือมีจ้า

วิธีทำก็สามารถทำได้ง่ายๆ นั้นก็คือ กดค้นหาผ่านเว็บที่มีชื่อว่า http://wppluginchecker.earthpeople.se/

check-wordpress-plugin-1

โดยเจ้าเว็บที่ว่านี้สามารถตรวจสอบเจอ plugin WordPress ยอดนิยมได้วกว่า 50 plugin กันเลยทีเดียว
ว่าแล้วก็นำมาลองกับเว็บตัวเองเลยละกัน
พิมพ์ลงไปแล้วก็กด Check site รอสักครู่ก็จะบอกว่าเว็บไซท์นั้นเป็น WordPress หรือเปล่า
check-wordpress-plugin-2

หลังจากเช็คเสร็จ จากตัวอย่างก็เจอ 5 plugin
check-wordpress-plugin-3

ลอง login เข้าไปดูสิว่าถูกต้องไหม ปรากฏว่าถูกต้องทั้ง 5 plugin แต่ขาดไป 1 plugin ก็คือ SyntaxHighlighter Evolved
check-wordpress-plugin-4

ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวตรวจสอบได้ถูกต้อง แต่อาจจะหา Plugin ได้ไม่ครบทั้งหมด และนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆสำหรับตรวจสอบเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress ว่า เขาลง plugin อะไรไว้บ้าง

วิธีตรวจสอบว่าเว็บนั้นใช้ WordPress theme ชื่ออะไรอยู่

ปกติเว็บไชต์ที่เป็น WordPress เราจะสามารถดูที่ ด้านล่างของหน้าเว็บว่า เขาใช้ WordPress theme อะไรอยู่ แต่บางครั้งก็ไม่มีหรือหาไม่เจอ ซึ่งในบทความนี้เรามีวิธีค้นหาว่าเว็บไซต์ WordPress เว็บนั้นใช้ Theme อะไร ชื่อว่าอะไร

วิธีทำก็แสนง่ายได้ เราจะใช้ตัวช่วยนั้นก็ เว็บไซต์นี้เลย http://www.wpthemedetector.com/

เพียงกรอกเว็บไซต์ที่เราอยากจะตรวจสอบว่าเว็บนั้นใช้ Theme อะไร แล้วก็กด ปุ่ม Experience the magic of WPTD!
how-to-check-wordpress-theme-1

ทดลองกับเว็บตัวเองอีกตามเคย บอก Theme ได้ถูกต้อง แถมบอกที่ให้ไปดาวโหลด theme มาด้วย
how-to-check-wordpress-theme-2

เป็นยังไงบ้างไม่ยากกันเลยใช่ไหม กับวิธีตรวจสอบว่าเว็บ WordPress นั้น ใช้ Theme อะไรอยู่ พร้อมบอกลิงค์ให้เราไปโหลด Theme นั้นมาอีกด้วย

เปรียบเทียบเลขโรมันและเลขอารบิก

roman-holiday-738663_960_720

ตัวเลขแสดงของตัวเลขอารบิกและตัวเลขโรมัน 1 ถึง 100

ตัวเลข และ เลขโรมัน
1 I
2 II
3 III
4 IV
5 V
6 VI
7 VII
8 VIII
9 IX
10 X
11 XI
12 XII
13 XIII
14 XIV
15 XV
16 XVI
17 XVII
18 XVIII
19 XIX
20 XX
21 XXI
22 XXII
23 XXIII
24 XXIV
25 XXV
26 XXVI
27 XXVII
28 XXVIII
29 XXIX
30 XXX
31 XXXI
32 XXXII
33 XXXIII
34 XXXIV
35 XXXV
36 XXXVI
37 XXXVII
38 XXXVIII
39 XXXIX
40 XL
41 XLI
42 XLII
43 XLIII
44 XLIV
45 XLV
46 XLVI
47 XLVII
48 XLVIII
49 XLIX
50 L
51 LI
52 LII
53 LIII
54 LIV
55 LV
56 LVI
57 LVII
58 LVIII
59 LIX
60 LX
61 LXI
62 LXII
63 LXIII
64 LXIV
65 LXV
66 LXVI
67 LXVII
68 LXVIII
69 LXIX
70 LXX
71 LXXI
72 LXXII
73 LXXIII
74 LXXIV
75 LXXV
76 LXXVI
77 LXXVII
78 LXXVIII
79 LXXIX
80 LXXX
81 LXXXI
82 LXXXII
83 LXXXIII
84 LXXXIV
85 LXXXV
86 LXXXVI
87 LXXXVII
88 LXXXVIII
89 LXXXIX
90 XC
91 XCI
92 XCII
93 XCIII
94 XCIV
95 XCV
96 XCVI
97 XCVII
98 XCVIII
99 XCIX
100 C

และแถมให้อีก

500 D
1000 M
2016 MMXVI

ขนาดของตัวแปรในภาษา C และค่าสูงสุดต่ำสุดของตัวแปรนั้นๆ

ขนาดของตัวแปรในภาษา C และค่าสูงสุดต่ำสุดของตัวแปรนั้นๆ

จากตารางนี้จะเห็นว่ามีการใส่คำว่า ขั้นต่ำ (At least) ซึ่งหมายความว่าขนาดของตัวแปรอาจจะเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับ CPU, Compiler และ OS

สำหรับ int และ Unsigned int เช่น ถ้าเป็น CPU 32บิต int และ Unsigned int จะมีขนาด 4 bytes (32 บิต)
ตัวอย่างขนาดของตัวแปรในภาษา C ด้านล่างนี้ compile จาก Windows 7 ด้วย gcc 4.9.2 -std=c99 32bit

แต่ใน Microcontroller ที่เป็น 16บิต int และ Unsigned int จะมีขนาด 2 bytes (16 บิต)

ส่วนถ้าเป็น CPU 64บิต, int และ Unsigned int แต่ละ OS จะมีขนาดทั้ง 4 bytes และ 8 bytes ขึ้นอยู่กับ Data models ตามตารางด้านล่างนี้เลย (หน่วยเป็นบิตนะในตาราง)

จัดหน้าให้มีทั้งแนวตั้งและแนวนอนใน Microsoft Word

ในบทความนี้จะมาสอนวิธี จัดหน้าให้มีทั้งแนวตั้งและแนวนอนใน Microsoft Word กัน โดยจัดให้เป็นแบบนี้ ก็คือมีทั้งหน้าเอกสารแบบแนวตั้ง และ แนวนอน อยู่ในเอกสารตัวเดียวกัน

ตัวอย่างวิธีทำก็คือ สมมติเรามีเอกสาร อยู่ 2 หน้าดังรูปแต่ต้องการทำให้หน้าที่ 2 เป็นแนวนอน ส่วนหน้าแรกยังคงเป็นแนวตั้ง
pagebrak1

วิธีทำก็สามารถทำได้โดยอันดับแรกให้เรากด ให้โปรแกรม word แสดงผล Paragraph mark แล้วเราก็จะเห็นคำว่า …Page Break… อยู่ด้านล่าง ตามรูป
pagebrak2

จากนั้นให้เราทำการใส่ Section Break แบบ Next Page แทน Page Break โดยเข้าไปที่แถบ Page Layout แล้วเลือก Breaks แล้วก็กดที่ Next Page
pagebrak3

จะเห็นว่า Page Break ถูกแทนที่ด้วย Section Break(Next Page) ด้านล่าง ซึ่งจะทำให้เกิดการแบ่งเอกสารเป็น 2 ส่วน ออกจากกันอย่างอิสระ
pagebrak4

จากนั้นเราก็ทำการปรับหน้าที่เราต้องการให้เป็นแนวนอน โดย เลือกจาก แถบ Page Layout แล้วตามด้วย Orientation เลือก Landscape เพื่อทำให้เอกสารเป็นแนวนอน
pagebrak5

เสร็จแล้วเราก็จะได้เอกสารที่มีทั้งแนวตั้งและแนวนอนใน Microsoft Word แล้วตามรูป
pagebrak6

วิธีเปิดดูการแสดงผลของ ไฟล์ Markdown โดย Sublime Text

สำหรับใครที่กำลังหาวิธีเปิดดูการแสดงผลของ ไฟล์ Markdown หรือ ว่าอยากดูว่าหลังจากเขียน Markdown แล้วผลลัพธ์จะออกมาเป็นหน้าตายังไง บางทีดาวโหลดไฟล์ .md มาแล้วก็อยากจะเปิดดู สามารถใช้ Package control ของ Sublime text ที่ชื่อว่า Markdown preview ซึ่งสามารถติดตั้งและใช้งานตามวิธีการต่อไปนี้
ให้เราติดตั้ง Package control ของ Sublime text ก่อนนะ ใครยังไม่ได้ติดตั้งก็สามารถทำตามได้จากบทความนี้ >> วิธีลง Package control ของ Sublime text

เปิด Package control โดยไปที่ Preferences>Pakage Control หรือใช้ key ลัด Ctrl + P
markdownpreview1

เลือก install Package
markdownpreview2

ติดตั้ง package ที่ชื่อว่า Markdown Preview
markdownpreview3

ติดตั้งเรียบร้อย
markdownpreview4

ทดลองใช้งานโดยเปิดไฟล์ markdown ขึ้นมา แล้วเปิด Command Palette โดยกด Ctrl+Shift+P แล้วพิมพ์ markdown เลือก Markdown Preview : Preview in Browser
markdownpreview5

เลือก markdown
markdownpreview6

เราก็จะเห็น ไฟล์ Markdown ไปแสดงผลที่ browser ของเรา
markdownpreview7

จะเห็นได้ว่าเราสามารถแปลงไฟล์ .md markdown เป็นไฟล์ .html ได้ด้วย โดยเลือก Markdown Preview : Preview in Browser : Save to HTML
markdownpreview5

Cppcheck เป็นโปรแกรมอะไร เอาไว้ใช้ทำอะไรกันนะ

cppcheck_150_gui

Cppcheck เป็นเครื่องมือในการวิเคราะห์ source code ของ ภาษา C และ C++ หรือที่เรียกว่า static analysis tool ซึ่งเป็นเครื่องมือที่สามารถใช้ในการช่วยตรวจสอบคุณภาพของ code ของเราได้ โดย Cppcheck นั้น บางคนอาจจะเข้าใจผิดคิดว่า Cppcheck ใช้สำหรับตรวจสอบ Systext ของภาษา C และ C++ แต่จริงๆแล้ว Cppcheck ไม่ได้ตรวจสอบ sysntext error แต่ใช้ในการตรวจหา Bug ที่เกิดจากการเขียนโปรแกรมที่ไม่ถูกต้อง ไม่ปลอดภัย หรือมีโอกาสที่จะเกิด Bug เช่น

การไม่ได้กำหนดค่าตัวแปรก่อนใช้งาน, มีโอกาสเกิด Memory leaks, การใช้ index ของ array ที่เกินจากที่ประกาศไว้, Resource leaks , การใช้ Standard Tamplate Libray ผิด เป็นต้น

ตัวอย่าง Source code ที่ใช้กับ Cppcheck

int main()
{
    char a[10];
    a[10] = 0;
    return 0;
}

จาก Source code จะเห็นว่าเราสามารถ compile ได้ผ่าน แต่เมื่อนำไปรันใช้งานจริงจะทำให้เกิด error ได้เนื่องจาก เรียก index ของ array เกิน ที่ประกาศไว้

หากใช้ Cppcheck เพื่อตรวจสอบก่อน ตัว Cppcheck ก็จะบอกเราว่า Error Array ‘a[10]’ index 10 out of bounds

ดังนั้นสำหรับใครที่เขียนโปรแกรมภาษา C หรือ C++ ก็อยากจะแนะนำให้พอเขียนเสร็จแล้วก่อนที่จะนำไป Test ให้ลองตรวจสอบกับโปรแกรม Cppcheck ก่อนจะได้ช่วยลด Bug ลงไปได้เยอะ สำหรับใครที่อยากจะใช้ก็สามารถดาวโหลด Cppcheck ได้ที่ http://cppcheck.net/ หรืออยากลองใช้ demo ได้ที่ http://cppcheck.net/demo/