การไฟฟ้าในประเทศไทย MEA vs PEA vs EGAT

การไฟฟ้าในประเทศไทยสามารถแบ่งได้เป็นหน่วยงานใหญ่ ได้ ทั้งหมด 3 หน่วยงานคือ

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค Provincial Electricity Authority
ตัวย่อคือ PEA หรือ กฟภ
PEAlogo

การไฟฟ้านครหลวง Metropolitan Electricity Authority
ตัวย่อคือ MEA หรือ กฟน.
mealogo

การไฟฟ้าฝ่ายผลิต Electricity Generating Authority of Thailand
ตัวย่อคือ EGAT กฟผ.
EGATlogo

ทั้งหมดเป็นรัฐวิสาหกิจแบ่งหน้าที่กันทำงานรับผิดชอบดังนี้
การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแบ่งคือ พื้นที่ให้บริการแยกกันดูแล โดยพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง MEA คือ กรุงเทพ สมุทรปราการ นนทบุรี
MEAmap

นอกเหนือจากพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้านครหลวง MEA ก็จะเป็นพื้นที่ให้บริการของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค PEA ก็คือตามต่างจังหวัดนั้นเอง

ส่วน การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กฝผ EGAT ก็จะมีหน้าที่ดูแลเรื่องโรงงานไฟฟ้าและการผลิตกระแสไฟฟ้าแล้วขายแก่ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และ การไฟฟ้านครหลวง อีกทีหนึ่ง ตัวอย่างบริษัทที่ควบคุมโรงงานไฟฟ้าในเครือ กฟผ. เช่น EGCO, ECAP, RATCH

เว็บไซต์ที่ให้บริการข้อมูลเพิ่มเติมของแต่หน่วยงาน
การไฟฟ้านครหลวง www.mea.or.th
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค www.pea.co.th
การไฟฟ้าฝ่ายผลิต www.egat.co.th

ทำความเข้าใจกับพลังงานไฟฟ้า vs กำลังไฟฟ้า

Wind_power_plants_in_Xinjiang%2C_China

เวลาการไฟฟ้าคิดค่าไฟจะคิดจากพลังงานไฟฟ้าที่เราใช้งานไปว่าแต่พลังงานไฟฟ้าที่ว่าเขาคิดยังไงมีนิยามอย่างไรนะ

ถ้าเราจะเปรียบเทียบพลังงานก็เปรียบเสมือนเหมือนพลังงานนั้นเป็นจำนวนน้ำที่ไหลออกมาจากก๊อกน้ำ หากเราเปิดวาวน้ำจากก๊อกน้ำแรงก็เปรียบเสมือนกำลังไฟฟ้า เปิดแรงก็มีน้ำไหลออกมาจำนวนมาก(กำลังไฟฟ้ามากก็กินพลังงานมากนั้นเอง) จากการเปรียบเทียบสังเกตให้ดีว่ากำลังไฟฟ้ากับพลังงานไฟฟ้านั้นแตกต่างกัน

โดยเราสามารถนิยามพลังงานไฟฟ้าได้ว่า พลังงานไฟฟ้าคือกำลังไฟฟ้าที่สะสมในช่วงเวลาหนึ่ง

มาดูนิยามของกำลังไฟฟ้ากันก่อน โดยเราสามารถเขียนเป็นสมการได้ว่า W = Ws = J/s
โดย W คือ Watt วัตต์ หมายถึงพลังงานที่ปล่อยออกมาในเวลา 1 วินาที โดย พลังงาน 1 Joule จูล ซึ่งจะเทียบเท่ากับการยกของหนัก 1 กิโลกรัมขึ้นสูง 10 เซนติเมตร (นิยามของ Joule คือ นิวตัน-เมตร)

โดยการวัดพลังงานไฟฟ้าจะวัดเป็นหน่วย kWh หรือที่การไฟฟ้าเรียกว่า หน่วย โดย 1 หน่วยก็คือ 1 kWh หรือเท่ากับ 1000 Wh

จากที่ว่า พลังงานไฟฟ้าคือกำลังไฟฟ้าที่สะสมในช่วงเวลาหนึ่ง
เราสามารถแปลงจากกำลังไฟฟ้า ไปเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ (Ws ไปเป็น Wh) ได้โดย
1÷ (60 x 60) hr = 1s
Wh = Ws ÷ 3600

ตัวอย่าง การคิดพลังงานไฟฟ้าจากกำลังไฟฟ้า

เตารีด 1600 W

philips-gc1930-org-01

IMG_20160222_083908450

W-> Wh = 1600 ÷ 3600 = 0.44 Wh ต่อ 1วินาที (1วินาทีใช้พลังงานไป 0.44 Wh)
ถ้าใช้เตารีดขนาดกำลังไฟฟ้า 1600 W ก็จะกินพลังงานไฟฟ้าใน 1 ชั่วโมงจะเท่ากับ 1600 Wh หรือ 1600 ÷ 1000 = 1.6 kWh หรือ 1.6 หน่วยนั้นเอง

หากค่าไฟหน่วยละ 3 บาท ก็จะต้องจ่ายเงินไป 1.6 x 3 = 4.8 บาท ถ้าใช้เป็นเวลา 1 ชั่วโมง

จะเห็นได้ว่าพลังงานไฟฟ้า vs กำลังไฟฟ้านั้นแตกต่างกันแต่มีความสัมพันธ์กัน หากกำลังไฟฟ้ามีค่ามากก็จะกินพลังงานมากทำให้เราต้องเสียค่าใช้จ่ายไปจำนวนมากนั้นเอง

THD คืออะไร คำนวณอย่างไงนะ?

ค่า Total Harmonic Distortion (THD) เป็นค่าบ่งบอกว่าในระบบมี Harmonics อยู่มากน้อยแค่ไหน
โดยค่า THD ที่มีค่าน้อยจะดีกว่ามีค่ามาก (0 หรือ 0% หมายถึงไม่มี Harmonics และ 1.0 หรือ 100% มี Harmonics สูงสุด)

งานทางด้านเกี่ยวกับอุปกรณ์ทางด้านเสียง การที่ THD มีค่าน้อยหมายความว่า อุปกรณ์นั้นมีความแม่นยำ มี noise รบกวนน้อย ทำให้เสียงมีคุณภาพดี คมชัด

ในด้าน Power การที่ THD มีค่าน้อยหมายความว่า ระบบมีความสูญเสียที่เกิดจาก Harmonic น้อย ความร้อนเกิดขึ้นน้อย ซึ่งส่งผลดีต่อระบบ

เราสามารถนิยาม THD ของแรงดัน และ กระแส ได้จาก สมการคำนวณ THD ซึ่งมีใช้กัน 2 แบบคือ

1.)คำนวณ THD แบบ IEC standard
นิยาม THD จาก IEC บอกไว้ว่า Total harmonic distortion, THD (abbreviation) :
the ratio of the rms value of the harmonic content of an alternating quantity to the rms value of the fundamental component of the quantity

VthdIEC

โดย
Vh คือ Voltage RMS Harmonic order ต่างๆเริ่มตั้ง แต่ Order 2 ไปถึง n
V1 คือ Voltage RMS fundamental หรือ V order ที่1 (ไม่มี Harmonics)
h คือ order ของ Harmonics มีค่าตั้งแต่ order 2 เป็นต้นไป (h≥2)

IthdIEC

โดย
Ih คือ Current RMS Harmonic order ต่างๆเริ่มตั้ง แต่ Order 2 ไปถึง n
I1 คือ Current RMS fundamental หรือ V order ที่1 (ไม่มี Harmonics)
h คือ order ของ Harmonics มีค่าตั้งแต่ order 2 เป็นต้นไป (h≥2)

จะเห็นได้ว่าจะมีโอกาสที่ THD จะมีค่าเกิน 100% (Harmonics รวมกันแล้วมากกว่า fundamental order 1)

2.) คำนวณ thd แบบ RMS (ใช้ตัวย่อ thd ตัวเล็กทั้งหมด)

thdRMS

โดย
V คือ Voltage RMS ที่มีพวกรวมของ Harmonics และ Fundamental order
I คือ Current RMS ที่มีพวกรวมของ Harmonics และ Fundamental order
จะเห็นได้ว่าจะไม่มีโอกาสที่ THD จะมีค่าเกิน 1.0 หรือ 100% มากที่สุดก็คือ 1.0 หรือ 100% เพราะ ค่า RMS ที่เป็นตัวหารจะมีค่าสูงสุดซึ่งเป็นค่าที่มีผลรวมของ Harmonics ทุก Order นั้นเอง

จะเห็นว่า THD จะคำนวณออกมาได้เป็นอัตราส่วน แต่ว่าส่วนใหญ่นิยมบอกค่าเป็นร้อยละเปอร์เซ็นต์ ส่วนวิธีคำนวณจะนิยมคำนวณตามนิยามแบบมาตรฐาน IEC กัน

ตัวอย่างการคำนวณ THD (IEC)
ถ้าในระบบมีค่า Harmonic ของ Current ดังนี้
Fundamental current = 100 A
5th Harmonic component = 20 A
7th Harmonic component = 12 A

ITHDex

จะได้ว่า Current THD เท่ากับ 0.23 หรือ 23%.

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Demand ค่าความต้องการใช้กำลังไฟฟ้า

Demand คือการวัดความต้องการใช้พลังงาน (กำลังงาน) ในระหว่างช่วงเวลาที่เรากำหนด สามารถนำไปใช้ในการคิดคำนวณการคิดเงินจากผู้ใช้ไฟฟ้า รวมไปถึงจุดประสงค์ที่สำคัญก็คือการสามารถคำนวณและคาดคการณ์กำลังการผลิตไฟฟ้าได้
โดยทั่วไปการคำนวณค่า Demand จะคำนวณจาก ค่าความแตกต่างระหว่างการใช้งงานพลังงาน ณ เวลา แต่ละจุด ดังสมการด้านล่างนี้

fomula1

โดย D คือ Demand, E คือ พลังงงาน, t คือเวลา

มีวิธีคิดคำนวณอยู่ 2แบบ นั้นคือ
1. Block demand
เป็นการคำนวณค่า Demand ระบุการคำนวณในระยะช่วงเวลาที่กำหนดหรือ Demand interval ซึ่ง Demand interval กำหนดเป็นช่วงระยะเวลาเช่น 10นาที (ยุโรปใช้งานกันที่ 10 นาที) 15 นาที (ส่วนใหญ่ใช้กันที่ 15 นาที, ประเทศไทยก็ใช้ ค่า Demand ที่ค่านี้)
เมื่อจบ Demand interval ของแต่ละ block ค่า Demand ก็จะไปเริ่มต้นนับใหม่ ในทุกๆครั้งที่ครบ interval ไปเรื่อยๆ ทำให้แต่ละ block นั้นมีค่า Demand อิสระต่อกัน
ตัวอย่าง Block Demand

block+demand

Demand interval = 15 นาที
ที่เวลา 12:00 Demand จะถูกเคลียร์เป็นค่า 0 แล้วเริ่มนับใหม่
ที่เวลา 12:15 Demand จะถูกเคลียร์เป็นค่า 0 แล้วเริ่มนับใหม่
ที่เวลา 12:30 Demand จะถูกเคลียร์เป็นค่า 0 แล้วเริ่มนับใหม่
ที่เวลา 12:45 Demand จะถูกเคลียร์เป็นค่า 0 แล้วเริ่มนับใหม่

2. Sliding demand หรือ rolling demand
การคำนวณแบบ Sliding demand หรือ rolling demand จะคำนวณต่างจากแบบ Block demand โดย sliding demand จะเป็นการคำนวณที่มีการอ้างอิงถึง Block ที่ผ่านมา ซึ่งเรียกว่า sub-interval เป็นตัวบอกถึงความถี่ในการอัพเดตข้อมูล และมี Main-interval จะทำการคำนวณโดยนำค่า sub-block ตัวที่เก่าที่สุดออกแล้วอัพเดตค่า sub-interval ใหม่เข้าไป ซึ่งจะทำให้ค่า Demand นั้นมีการ เฉลี่ยแบบ rolling นั้นเอง

ตัวอย่าง Sliding Demand

sliding+demand

ปัจจุบันนิยมใช้ การคำนวณแบบ Block demand ซึ่งจะมีความซับซ้อนน้อย ทำให้การคำนวณได้รวดเร็วและ ผู้ใช้งานเข้าใจได้ง่าย

วิธี Restore ข้อมูลของ Redmine [แบบ Full]

หลังจากเราได้ทำการ Backup แบบ Full ไปแล้ว ก็มาถึงวิธีการ Restore แบบ full กันบ้าง โดยในกรณีนี้จะถือว่าเครื่องที่จะทำการ Restore ไม่ได้ลง Bitnami Redmine

วิธีการ Restore Redmine แบบ full
1.Restore file โดยการนำไฟล์ที่เรา zip จากการ backup มาแตกไฟล์ลงที่ C:\Bitnami\
FullrestoreRedmine-image001

2. ทำการ run command (ต้อง run as administrator)
FullrestoreRedmine-image002

3. พิมพ์ command cd C:\Bitnami\redmine เสร็จแล้ว Enter แล้วตามด้วย serviceinstall.bat INSTALL เสร็จแล้ว Enter ถ้าไม่มีปัญหาก็จะได้ตามรูปและจะมี หน้าต่าง command line ขึ้นมารันสักพักแล้วก็จะปิดไป
FullrestoreRedmine-image003

4. ไปที่ C:\Bitnami\redmine
แล้ว เปิด manager-windows.exe แล้วกด Start All เพื่อทำการเปิดการทำงานทั้งหมดของ redmine
FullBackupRedmine-image001

FullrestoreRedmine-image004

5. แล้วทดลองเข้าไปที่ 127.0.0.1/redmine ถ้าสำเร็จก็จะขึ้นดังภาพ
FullrestoreRedmine-image005

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับการกู้คือข้อมูล หรือ Restore ข้อมูลของ Bitnami Redmine ง่ายๆอีกเช่นกัน

วิธีลบ Revision ขยะ ใน WordPress ของเรา

มีใครสังเกตไหมว่าเวลาเราเขียนบทความใน WordPress จะมี การบันทึกอัตโนมัติให้เราด้วย สามารถสังเกตเห็นได้จาก เลข Revision ด้านขวามือของ Post นั้นๆ ซึ่งหากเรามีบทความจำนวนมากก็จะทำให้มี Revision มากตามไปด้วยทำให้กินพื้นที่ใน Database และยังทำให้ Database บวมและ ทำงานช้าลงอีกด้วย
วิธีแก้ไขสามารถทำได้ ในบทความนี้จะมาสอนวิธีลบ Revision post ใน WordPress ออกไป โดยโดยใช้ Plugin ที่ชื่อว่า Better Delete Revision https://wordpress.org/plugins/better-delete-revision/

delete_revision_post_wordoress_0

แต่ก่อนที่เราจะลบ Revision post แนะนำให้ ทำการ backup ข้อมูลของ wordpress ไว้ก่อน ปลอดภัยไว้ก่อนนะ

แล้วก็ก่อนที่จะลบ ลองไปดู post ของเราสักอันนึงสิ ดูทางด้านขวามือบนของ post นะ เป็นยังไงมีกี่ Revision เพื่อเป็นการตรวจสอบก่อน ลงมือ อิอิ , ออ มีอยู่ 5 revision นะ Post นี้
delete_revision_post_wordoress_before

หลังจากนั้นให้เราทำการติดตั้ง Better Delete Revision ก่อน แล้วไปที่ Settings เลือก Batter Delete Revision

delete_revision_post_wordoress_1

จะเห็นว่า เรามี Post อยู่เท่าไร จากตัวอย่างในรูปมี 56 post หลังจากนั้นกด Check Revision Posts ได้เลย
delete_revision_post_wordoress_2

Plugin ก็จะหา Revision ทั้งหมดขึ้นมา ซึ่งเราไม่ได้ใช้แล้วทั้งนั้น ขยะทั้งนั้นเลยนะเนี้ย กด Yes ปุ่มสีน้ำเงินเพื่อลบขยะทั้งหมดได้เลย
delete_revision_post_wordoress_3

รอสักครู่ก็จะเห็นรูปตามนี้เลย Delete ไปแล้วกี่ Revision
delete_revision_post_wordoress_4

ไหนมันลบออกไปจริงหรือป่าว ไหนลองดู post เดิมสิ หายไปหมดเลยจริงๆด้วย
delete_revision_post_wordoress_after

และนี้ก็เป็นวิธีลบ Revision ใน wordpress ให้ database ของเราไม่เก็บพวกขยะ ไม่ทำให้ database บวมอีกต่อไป

วิธี Backup สำรองข้อมูลของ Redmine [แบบ Full]

ในบทความนี้จะมาสอนวิธี Backup Redmine สำรองข้อมูลเพื่อที่จะเอาไว้ใช้ กัน Redmine พัง หรือเก็บเอาไปลงที่เครื่องอื่น
โดยบทความนี้จะสอนวิธี Backup แบบ Full นะ ก็คือ Backup Redmine ทั้งหมด โดยจะใช้ Bitnami Redmine สำหรับ windows

วิธี Backup Redmine แบบ full
1. ให้ไปที่ redmine folder ในเครื่องเรา C:\Bitnami\redmine
FullBackupRedmine-image001

2. ทำการเปิด manager-windows.exe แล้วกด Stop All เพื่อทำการปิดการทำงานทั้งหมดของ Redmine ก่อนที่จะทำการ backup
FullBackupRedmine-image002

3.Zip folder ทั้งหมด ใน C:\Bitnami\redmine
FullBackupRedmine-image003

เพียงเท่านี้ก็เสร็จเรียบร้อยแล้วสำหรับการ สำรองข้อมูลของ Bitnami Redmine ง่ายๆเลย

ส่วนวิธี Restore สามารถอ่านต่อได้ที่นี้ วิธี Restore ข้อมูลของ Redmine [แบบ Full]

Key ลัด Sublime 3 วิธีทำให้ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก

สำหรับใครที่กำลังหาว่า Key ลัดที่ทำให้ตัวอักษรภาษาอังกฤษเป็นตัวพิมพ์ใหญ่ Upper case หรือ ตัวพิมพ์เล็ก Lower case ต้องกดยังไงนะ หาเมนูยังไงก็ไม่เจอ

วิธีทำเป็นตัวพิพม์ใหญ่ ให้เราคลิกคลุมตัวหนังสือที่เราจะทำ แล้ว กด ctrl + k + u
UPPER

วิธีทำเป็นตัวพิพม์ใหญ่ ให้เราคลิกคลุมตัวหนังสือที่เราจะทำ แล้ว กด ctrl + k + l (l คือ ตัวแอล)
LOWWER

เป็นยังไงทำกันได้ไหม ลองทำดูนะไม่ยากเลย กับการทำ วิธีทำให้ตัวอักษรเป็นตัวพิมพ์ใหญ่/เล็ก กับ Key ลัด Sublime 3

แนะนำ Plugin แปะ Source code ใน WordPress

สำหรับคนที่ใช้งาน wordpresss แล้วต้องการโพส source code หรือ แปะโค้ดที่เราเขียนลงใน Blog ของเรา สามารถใช้งาน plugin ของ wordpress ได้ ในบทความนี้จะมาขอแนะนำ plugin 2 ตัวที่ยอดฮิต ใช้งานได้ดีจริงๆ

1. SyntaxHighlighter Evolved

syntaxhighlighter

สำหรับตัวนี้ SyntaxHighlighter หลายคนอาจจะเคยใช้งานที่อื่นมาบ้าง เพราะเจ้านี้เขา support หลายที่มาก เขาบอกว่า หลายๆที่ก็ใช้ของเขาเเช่นกัน เช่น Apache, Aptana, Mozilla, Yahoo, WordPress, Bug Labs, Freshbooksและอื่นๆ

นอกจากนี้ยังมีธีมที่รองรับหลายแบบเช่น
Theme
Default
Django
Eclipse
Emacs
Fade To Grey
Midnight
RDark
ดูตัวอย่างได้จากที่นี้ http://alexgorbatchev.com/SyntaxHighlighter/manual/themes/

ตัวอย่างการใช้งาน หน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้
SyntaxHighlighter Evolved v2

ส่วนวิธีใช้งาน ก็ใช้เครื่องหมาย [ชื่อภาษา] โค้ด [/ชื่อภาษา] โดยชื่อภาษาสามารถดูได้จาก >>> http://alexgorbatchev.com/SyntaxHighlighter/manual/brushes/
SyntaxHighlighter Evolved v3-raw

ใครที่สนใจสามารถหามาติดตั้งได้จากที่นี้ https://wordpress.org/plugins/syntaxhighlighter/

2. Crayon Syntax Highlighter

crayon

สำหรับ Crayon Syntax Highlighter ก็เป็น plugin อีกตัวหนึ่งที่น่าสนใจเช่นกัน

รองรับหลายภาษามากๆ โดยสามารถดูภาษาที่รองรับทั้งหมด ได้จากใน folder ของ plugin โหลดมาที่
\crayon-syntax-highlighter\langs

ส่วนธีม Theme ก็มีมากจริงๆ สามารถดูได้จาก folder ของ plugin โหลดมาที่
crayon-syntax-highlighter\themes

ตัวอย่างการใช้งาน หน้าตาจะออกมาเป็นแบบนี้
Crayon Syntax Highlighter

ส่วนวิธีใช้งาน ก็ใช้เครื่องหมาย crayon code โดยชื่อภาษาสามารถดูได้จาก >>> ได้จากใน folder ของ plugin โหลดมาที่
\crayon-syntax-highlighter\langs