วิธีปิดหรือเปิด Module เช่น Stats ใน Jetpack

มีใครใช้ WordPress plugin Jetpack แล้วหาวิธีปิดหรือเปิด Module เช่น Stats ไม่เจอบ้าง ในบทความนี้จะมาสอนวิธีปิดหรือเปิด Stats ใน Jetpack นอกจากนี้วิธีนี้ยังสามารถใช้กับ Module ตัวอื่นๆของ Jetpack ก็ได้เช่นกันนะ

ก่อนอื่นให้เราไปที่ Jetpack เลือก Jetpack Dashboard

เลื่อนลงมาด้านล่าง จะเห็นคำว่า Debug ให้คลิกเข้าไปที่ Debug

ตอนนี้เราจะมาอยู่ที่ Debugging Center ของ Jetpack เสร็จแล้วให้เราคลิก ไปที่ Access the full list of Jetpack modules available on your site.

คราวนี้เราก็จะเห็นที่เปิดปิด Activate Deactivate แต่ละModule ของ Jetpack แล้ว เราสามารถเลือกเปิดปิดได้เลยดังรูป

รายชื่อประเทศต่างๆในทวีปเอเชีย

รายชื่อประเทศต่างๆในทวีปเอเชียและข้อมูลจำนวนประชากรแต่ละประเทศ รวมไปถึงชื่อของเมืองหลวงของแต่ละประเทศ

ประเทศจำนวนประชากรเมืองหลวง
Afghanistan34,656,032Kabul
Armenia2,924,816Yerevan
Azerbaijan9,725,376Baku
Bahrain1,425,171Manama
Bangladesh162,951,560Dhaka
Bhutan797,765Thimphu
Brunei423,196Bandar Seri Begawan
Cambodia15,762,370Phnom Penh
China1,403,500,365Beijing
East Timor1,268,671Dili
Egypt95,688,681Cairo
Georgia3,925,405Tbilisi
Hong Kong7,448,900Hong Kong
India1,324,171,354New Delhi
Indonesia261,115,456Jakarta
Iran80,277,428Tehran
Iraq37,202,572Baghdad
Israel8,191,828Jerusalem (disputed)
Japan127,748,513Tokyo
Jordan9,455,802Amman
Kazakhstan17,987,736Nur-Sultan
Kuwait4,052,584Kuwait City
Kyrgyzstan5,955,734Bishkek
Laos6,758,353Vientiane
Lebanon6,006,668Beirut
Malaysia31,187,265Kuala Lumpur
Maldives427,756Malé
Mongolia3,027,398Ulaanbaatar
Myanmar52,885,223Naypyidaw
Nepal28,982,771Kathmandu
North Korea25,368,620Pyongyang
Oman4,424,762Muscat
Pakistan211,103,000Islamabad
Palestine4,790,705Ramallah (Jerusalem) (claimed)
Papua New Guinea8,084,991Port Moresby
Philippines103,320,222Manila
Qatar2,569,804Doha
Russia143,964,513Moscow
Saudi Arabia32,275,687Riyadh
Singapore5,622,455Singapore
South Korea50,791,919Seoul
Sri Lanka20,798,492Colombo
Syria18,430,453Damascus
Taiwan23,556,706Taipei
Tajikistan8,734,951Dushanbe
Thailand68,863,514Bangkok
Turkey79,512,426Ankara
Turkmenistan5,662,544Ashgabat
United Arab Emirates9,269,612Abu Dhabi
Uzbekistan31,446,795Tashkent
Vietnam94,569,072Hanoi
Yemen27,584,213Sana’a
Abkhazia242,862Sukhumi
Artsakh146,573Stepanakert
South Ossetia51,547Tskhinvali

หมายเหตุข้อมูลประชากรจากปี 2016

มาทำความเข้าใจและรู้จักกับ ตัวเก็บประจุ Capacitor

สำหรับใครที่สงสัยและอยากจะทำความเข้าใจเกี่ยวกับ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ ว่าโครงสร้างและหลักการการทำงานของตัวเก็บประจุ เป็นอย่างไร สามารถศึกษาได้จากบทความนี้ได้เลย
Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในวงจรไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ ทำมาจาก 2 แผ่นตัวนำ(parallel conductive plates) คั้นกลางด้วย Dielectric ซึ่งเป็นวัสดุที่เป็นฉนวน ประกอบเข้าด้วยกัน เหมือนแซนวิช ดังรูป

สำหรับ ฉนวน Dielectric สามารถทำมาจากวัสดุที่ไม่นำไฟฟ้าทั้งหลายเช่น พลาสติก  ยาง เซรามิค แก้ว
ฉนวนแต่ละชนิดซึงเราสามารถวัดค่าความเป็นฉนวนได้ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับวัสดุนั้นๆ

โดย
C ขนาดของตัวเก็บประจุ หน่วยคือ Farad
A พื้นที่หน้าตัดของแผ่นตัวนำ
d ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำ

εr  dielectric’s relative permittivity เป็นค่าคงที่ของฉนวน ขึ้นอยู่กับชนิดของฉนวนนั้นๆเช่น

เราจะเห็นได้ว่า ยิ่ง εr หรือ A มีค่ามากก็จะทำให้สามารถเพิ่มความจุของตัวเก็บประจุทำให้มีค่าความจุมากขึ้น ในทางตรงกันข้ามหาก มีระยะห่าง d ระยะห่างระหว่างแผ่นตัวนำมากก็จะทำให้ตัวเก็บประจุมีค่าน้อย

หลักการทำงานของ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ
ก็คือ เมื่อนำตัวเก็บประจุไปต่อเข้ากับวงจรหรือแหล่งจ่ายไฟครบวงจร  เราจะสังเกตได้ว่ากระแสไฟฟ้าไม่สามารถไหลผ่านตัวเก็บประจุได้ (มองเป็น Open Circuit) ก็เพราะว่าในตัวเก็บประจุมี ฉนวนกั้นอยู่
ในขณะเดียวกันก็เกิดประจุไฟฟ้าที่ไหลข้ามฉนวนไม่ได้ก็ติดอยู่ที่แผนตัวนำ ทำให้ด้านนั้นมีประจุไฟฟ้าลบ(Electron)เยอะ  ส่วนแผนตัวนำด้านตรงข้ามก็กลายเป็นประจุไฟฟ้าด้านบวกเพราะ Electron ไหลไปอีกด้านหนึ่งจำนวนมาก
การที่มีประจุติดอยู่ที่แผนตัวนำของ ตัวเก็บประจุ ได้ก็เพราะว่า แต่ละด้านมีประจุไฟฟ้าที่เป็นขั้วตรงกันข้ามกันทำให้เกิดสนามไฟฟ้า electric field ดึงดูดซึ่งกันและกัน (+ และ – ดึงดูดกัน) ซึ่งทำให้ตัวเก็บประจุสามารถเก็บพลังงานศักย์ หรือ แรงดัน (Voltage) ไว้ได้

เป็นยังไงกันบ้าง คราวนี้ก็เข้าใจ หลักการทำงานและรู้ถึงโครงสร้างของ Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ กันแล้วใช่ไหม สำหรับการใช้งาน Capacitor หรือ ตัวเก็บประจุ ก็ขอให้ติดตามสามารถอ่านได้ในบทความถัดไปได้เลย

ตัวเก็บประจุ Capacitor ชนิดต่างๆ

ตัวเก็บประจุ (Capacitor) นั้นมีหลากหลายชนิดขึ้นอยู่กับการนำไปใช้งาน ซึ่งการพิจารณาตัวเก็บประจุเพื่อนำไปใช้งานนั้นสามารถพิจารณาจากคุณสมบัติของตัวเก็บประจุได้ดังนี้

ขนาดของตัวเก็บประจุและค่าตัวเก็บประจุ  ต้องเลือกชนิดชองตัวเก็บประจุให้เหมาะ เพราะไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้กลายเป็นอุปกรณ์ขนาดใหญ่เมื่อประกอบลงบอร์ด PCB ได้

แรงดันที่ตัวเก็บประจุทนได้  ควรจะเพือแรงดันจากการออกแบบไว้ด้วย (Safety margin)

กระแส leakage กระแส leakage ทำให้ตัวเก็บประจุสะสมพลังงานได้ช้าและยังมีการรั่วไหลออกไปด้วย

ESR (Equivalent series resistance)  ESR หากมีค่ามากจะทำให้เกิดความร้อนสุญเสียพลังงาน (โดยทั่วไปอยู่ที่ 0.01 ohm)

ความคลาดเคลื่อน tolerance  ค่าของตัวเก็บประจุที่ผลิตออกมายอมต้องมีความคลาดเคลื่อนบ้าง มีตั้งแต่ +-1 % ไปจนถึง 20%

ราคา อย่าลืมตัวนี้ละสำคัญมากๆ

เราสามารถแบ่งประเภทของตัวเก็บประจุชนิดต่างๆได้เป็น 2 ประเภทใหญ่คือ
1. Fixed Capacitors ตัวเก็บประจุแบบปรับค่าไม่ได้

1.1 Mica capacitors ประกอบด้วยวัสดุฉนวนที่เรียกว่า mica หรือ Backlite  มีค่า Dielectric constant เท่ากับ 5  Mica capacitors ส่วนใหญ่จะมีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 1pF ไปจนถึง 0.1uF และทนแรงดัน ตั้งแต่ 100 Vdc ถึง 2500 Vdc

1.2 Ceramic Capacitors ใช้ เซรามิคเป็นวัดสดุที่ใช้เป็นฉนวน ซึ่งเซรามิคมีค่าความเป็นฉนวนที่สูงอยู่ที่ ค่า Dielectric constant เท่ากับ 1200 ส่งผลให้มีค่าความเก็บประจุที่สูงและมีขนาดเล็ก Ceramic capacitors ส่วนใหญ่จะมีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 1pF ไปจนถึง 2.2 uF และทนแรงดัน ได้ถึง6000 Vdc Ceramic Capacitors มีลักษณะใกล้เคียงอุดมคิติมากเพราะ Low ESR และ leakage current ราคาไม่แพง แต่มีขนาดเล็กทำให้ค่าความจุมีขนาดน้อย Ceramic Capacitors เหมากับงานที่ High frequency coupling และ decoupling application

นอกจากนี้ยังมีแบบ SMD type ที่เราเรียกว่า Multilayer Ceramic Capacitors หรือ MLCC ซึ่งเหมาะกับอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์ขนาดเล็กและอุปกรณ์อิเล็คทรอนิกส์สมัยใหม่ เช่น มือถือ ทีวี รถยนต์ ต่างๆ

1.3 Electrolytic Capacitors เป็นตัวเก็บประจุที่มีขั้ว (ใส่ผิดขั้ว ระเบิด หลังจากระเบิดแล้วจะทำให้ short circuit) มีหลากหลายค่าความจุตั้งแต่ 0.1uF ไปจนถึง 2.7 F และทนแรงดัน ได้ถึงถึง 630 Vdc จะเห็นได้ว่า Electrolytic Capacitors   ให้ค่าความจุที่มากกว่าแบบ Ceramic หรือ Mica แต่ว่าทนแรงดันได้น้อยกว่า

Electrolytic Capacitors แบ่งได้เป็น  2 ชนิด

Aluminum Electrolytic dielectric ทำมาจาก Aluminum oxide ราคาไม่แพง

Tentalum Electrolytic dielectric ทำมาจาก Tentalum pentoxide มีคุณสมบัติ low leakage และมีขนาดของค่าตัวเก็บประจุสูง  reactance ต่ำ ที่ความถี่สูง  มีขนาดเล็กและมีอายุการใช้งานที่ยาวนาน  แต่ว่าราคาแพงกว่า Aluminum Electrolytic  ใช้กันในอุปกรณ์ทางการแพทย์และงานที่ต้องการความเสถียรของระบบสูง

2. Variable capacitors ตัวเก็บประจุปรับค่าได้
Variable capacitors ส่วนใหญ่ มีค่าน้อบกว่า 300pF หรืออาจะมีค่ามากกว่านี้ขึ้นอยู่กับ application

อะไรคือ โลกตะวันตก, โลกตะวันออก หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก

ใครเคยได้ยินคำว่า โลกตะวันตก, โลกตะวันออก, หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก  สงสัยกันไหมว่าหมายถึงที่ไหนกัน หรือชนชาติไหนกันนะ

จริงๆแล้วตามนิยามสมัยใหม่นักมานุษยวิทยาก็ไม่ได้ระบุคำว่าโลกตะวันตก, โลกตะวันออก, หรือ ชาวตะวันตก, ชาวตะวันออก ลงไปว่าหมายถึงประเทศหรือชนชาติใดบ้างอย่างชัดเจน แต่ก็พอจะสามารถแบ่งทั้งโลกของเราได้เป็น 4 ที่หลักๆก็คือ โลกตะวันตก Western world, โลกตะวันออก Eastern world, โลกอาหรับ Arab และ  โลกแอฟริกัน African worlds

นอกจากนี้บ้างครั้งก็ยังมีการแยก ลาตินอเมริกา Latin American และ ออร์ทอดอกซ์ Orthodox (ศาสนาคริสต์นิกายออร์ทอดอกซ์) ออกจาก โลกตะวันตก อีกด้วย

โดยโลกตะวันออก (เจอพระอาทิตย์ขึ้นก่อน) จะประกอบไปด้วย ประเทศในทวีปเอเชียทั้งหมดไม่รวมเอเชียกลาง

โลกอาหรับ หรือ ตะวันออกกลาง

โลกแอฟริกา ทวีปแอฟริกา

และส่วนที่เหลือก็คือโลกตะวันตก นั้นเอง

การแจ้งไฟดับไปที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค

ไฟฟ้าดับ ไฟตก ไฟขัดข้อง เตรียมข้อมูลก่อนแจ้ง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
1. หมายเลขผู้ใช้ไฟฟ้า 12 หลักจากใบแจ้งค่าไฟฟ้า
1.1 ชื่อ-นามสกุล ผู้ที่ขอใช้ไฟฟ้า
1.2 ที่อยู่ของสถานที่เกิดเหตุ
1.3 สถานที่ใกล้เคียงที่เป็นจุดเด่น เช่น วัด สถานที่ราชการ
1.4 สังกัดการไฟฟ้าที่ดูแลพื้นที่

2.ชื่อ-นามสกุลของคุณลูกค้าผู้แจ้งเหตุ
3.หมายเลขโทรศัพท์ ที่ติดต่อได้
4.วันและเวลาที่ไฟฟ้าดับ
5.ลักษณะของไฟฟ้าดับเช่น ดับหลังเดียว ดับหลายหลัง
6.สาเหตุเบื้องต้นที่ทำให้ไฟฟ้าดับ

เบอร์โทรแจ้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โทร 1129

เครื่องหมายการค้า คืออะไร

เครื่องหมายการค้า คือ เครื่องหมายหรือสัญลักษณ์หรือตราที่ใช้กับสินค้าหรือบริการ ซึ่งเครื่องหมายที่ให้ความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้าพ.ค. 2534 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฉบับที่ 2) พ.ศ.2543 และพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า ฉบับที่3) พ.ศ. 2559 มี 4 ประเภท ดังต่อไปนี้

เครื่องหมายการค้า (TRADE MARK) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินค้าเพื่อแสดงว่าสินค้าที่ใช้เครื่องหมายนั้น แตกต่างกับสินค้าที่ใช้เครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นเช่นบรีส มาม่า กระทิงแดง เป็นตัน

เครื่องหมายบริการ (SERVICE MARK) คือ เครื่องหมายที่ใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับบริการ เพื่อแสดงว่าบริการที่ใช้เครื่องหมายนั้นแตกต่างกับบริการที่ใช้เครื่องหมายบริการของบุคคอื่นเช่น เครื่องหมายของสายการบิน ธนาคารโรงแรม เป็นตัน

เครื่องหมายรับรอง (CERTIFICATION MARK) คือ เครื่องหมายที่จ้าของเครื่องหมายรับรองหรือจะใช้เป็นที่หมายหรือเกี่ยวข้องกับสินด้หรือบริการของบุคคลอื่น เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพของสินค้าหรือบริการนั้นเช่น เซลล์ชวนซิม แม่ช้อยนางรำ ฮาลาล (HALAL) เป็นตัน

เครื่องหมายร่วม (COLLECTIVE MARK) คือ เครื่องหมายการคหรือเครื่องหมายบริการที่ใช้โดยบริษัทหรือวิสาหกิจในกลุ่ม เตียวกัน หรือโดยสมาชิกของสมาคมกลุ่มบุคคล หรือองค์กรอื่นใดของรัฐหรือเอกชนเช่น ตราช้างของบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด เป็นตัน

ที่มาจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา

สิทธิบัตร (Patent) คืออะไร

สิทธิบัตร (Patent) หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์ (invention)หรือการออกแบบผลิตภัณฑ์ (Product Design) ที่มีลักษณะตามที่ภูหมายกำหนด เป็นสิทธิพิศษที่ให้ผู้ประดิษฐ์คิดค้นหรือผู้ออกแบบผลิตภัณฑ์ มีสิทธิที่จะผลิตสินค้า จำหน่ายสินค้าแต่เพียงผู้เดียว ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง การประดิษฐ์ (invention) หมายถึง ความคิดสร้างสรรค์เกี่ยวกับ ลักษณะองค์ประกอบ โครงสร้างหรือกลไกของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิตการรักษา หรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม และเน้นการประดิษฐ์ที่มีลักษณะของการแก้ไขปัญหาทางเทคนิคที่ไม่สามารถคิดค้นขึ้นโดยง่าย เช่น กลไกของเครื่องยนต์ ,ยารักษาโรค, วิธีการในการเก็บรักษาพืชผักผลไม้ไม่ให้เน่าเสียเร็วเกินไป เป็นต้น

อนุสิทธิบัตร (Petty Patent) หมายถึง หนังสือสำคัญที่รัฐออกให้เพื่อคุ้มครองการประดิษฐ์จะมีลักษณะคล้ายกันกับการประดิษฐ์แต่เป็นความคิดสร้างสรรค์ที่มีระดับการพัฒนาเทคโนโลยีไม่สูงมาก หรือเป็นการประดิษฐ์คิดค้นเพียงเล็กน้อย และมีประโยชน์ใช้สอยมากขึ้น รวมทั้งกรรมวิธีในการผลิตการรักษาหรือปรับปรุงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ขึ้น หรือทำให้เกิดผลิตภัณฑ์ขึ้นใหม่ ที่แตกต่างไปจากเดิม เช่น กลไกของเครื่องยนต์, ยารักษาโรค, วิธีการในการเก็บรักษาพืชผักผลไม้ไม่ให้เน่าเสียเร็วเกินไป เป็นต้น

PCT ย่อมาจาก Patent Cooperation Treaty ร่วมมือด้านสิทธิบัตร เป็นความตกลงระหว่างประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกในการขอรับความคุ้มครองสิทธิบัตรการประดิษฐ์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะช่วยลดภาระ ขั้นตอน และ ค่าใช้จ่ายให้แก่ผู้รับคำขอที่ต้องการขอรับความคุ้มครองในต่างประเทศ

ระบบ PCT นี้ไม่ได้เป็นระบบการรับจดทะเบียนสิทธิบัตรการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร PCT เป็นอำนาจอธิปไตยของแต่ละประทศที่ผู้ขอประสงค์จะขอความคุ้มครอง ซึ่งจะมีการตรวจสอบตามขั้นตอนและเงื่อนไขของกฎหมายภายในประเทศนั้นๆ ก่อนรับจดทะเบียนสิทธิบัตร ประเทศไทยสมัครข้าเป็นภาคีสนธิสัญญาความร่วมมือด้านสิทธิบัตร เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2552 ถือเป็นสมาชิกลำดับที่ 142

ที่มาจาก กรมทรัพย์สินทางปัญญา

วิธีแปลงรูปภาพหรือภาพถ่ายให้กลายเป็นตัวหนังสือแบบง่ายๆ

รู้ไหมว่าเราสามารถแปลงรูปภาพหรือภาพถ่ายให้กลายเป็นตัวหนังสือ(ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ) หรือที่เรียกกันว่า OCR (Optical character recognition) ได้แบบง่ายๆโดยใช้โปรแกรมแอปพิเคชั่น Line นั้นเอง
วิธีทำก็ไม่ยากเดียวจะสาธิตให้ดูจากโปรแกรม Line ใน PC
สมมติเรามีรูปสแกนเอกสารรูปหนึ่ง ให้เราทำการอัพโหลดเข้าไปในโปรแกรม Line ของเรา

ให้เรากดดูรูป รูปนั้น แล้วลองสังเกตไปดูที่ด้านล่าง จะเห็นสัญลักษณ์รูปตัว T เมือเราชี้ไปก็จะเห็นเขียนว่า Convert to text ให้เรากดได้เลย

โปรแกรม Line ก็จะทำการแปลงรูปเป็นตัวหนังสือ ตามไฮไลท์สีเขียวๆ ซึ่งเราสามารถ copy ตัวหนังสือไปใช้งานต่อได้

หรืออย่างแปลภาษาต่อเลยก็ได้เพียงแค่กดปุ่ม Translate

ส่วนในมือถือก็สามารถทำได้ง่ายๆเช่นกัน