เว็บไซต์ช่วยตรวจสอบ XML

ถ้าเราอยากจะตรวจสอบว่าไฟล์ xml (eXtensible Markup Language) หรือ Syntax ของภาษาว่าถูกต้องหรือไม่ เราสามารถใช้เว็บไซต์ที่สามารถตรวจสอบ XML ได้หรือที่เราเรียกกันว่า XML Validator โดยเว็บไฟไซต์ที่ว่าก็คือเว็บนี้ https://codebeautify.org/xmlvalidator

โดยเราสามารถนำเอา Code มาแปะแล้วให้เว็บช่วยตรวจสอบหรือจะใช้วิธีการอัพโหลดไฟล์เข้าไปโดยอัพโหลดจากเครื่องของเหล่าหรือจะวาง Link URL ก็ได้

โดยสมมติว่าถ้า XML ของเรามีส่วนผิด ตัวเว็บก็จะขึ้นฟ้องว่าผิดที่บรรทัดไหน เพราะอะไร ทำให้เราสามารถกลับไปแก้ไขหรือวิเคราะห์สาเหตุของไฟล์ XML ที่ผิดปกติได้อย่างง่ายดาย

ตัวอย่างไฟล์ XML ที่มีการพิมพ์จุดไว้ที่บรรทัดแรก

.<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<project version="4">
  <component name="CompilerConfiguration">
    <option name="DEFAULT_COMPILER" value="Javac" />
    <resourceExtensions />
    <wildcardResourcePatterns>
      <entry name="!?*.java" />
      <entry name="!?*.form" />
      <entry name="!?*.class" />
      <entry name="!?*.groovy" />
      <entry name="!?*.scala" />
      <entry name="!?*.flex" />
      <entry name="!?*.kt" />
      <entry name="!?*.clj" />
    </wildcardResourcePatterns>
    <annotationProcessing>
      <profile default="true" name="Default" enabled="false">
        <processorPath useClasspath="true" />
      </profile>
    </annotationProcessing>
  </component>
</project>

เอาเข้าไปตรวจสอบ XML Validator ก็จะเห็นขึ้นคำเตือนที่บรรทัดที่ 1

แนะนำโปรแกรมระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอของเรา Cursor Position EP2

จากบทความที่แล้วที่ได้แนะนำโปรแกรมระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอของเรา Cursor Position ไป ในบทความนี้มีอีกหนึ่งโปรแกรมที่เอาไว้ระบุตำแหน่งพิกัดบนหน้าจอได้อีกตัวเช่นกัน แต่ตัวแน่นี้นอกจากจะฟรี เป็น Freeware แล้วยัง Opensource อีกต่างหาก โปรแกรมนี้มีชื่อว่า MPos

โปรแกรม MPos เป็นโปรแกรมที่ใช้ระบุตำแหน่งพิกัดในหน้าจอของการเลื่อน Mouse หรือ Cursor ของเรา โดยตัวโปรแกรมสามารถดาวโหลดได้ที่ https://sourceforge.net/projects/mpos/files/ ส่วนใครที่ต้องการศึกษาการทำงานหรือนำเอาไปดัดแปลงแก้ไขการทำงานก็สามารถเข้าไปดู Source code ได้ที่ https://github.com/bluegrams/MPos ซึ่งตัวโปรแกรมนั้นเขียนขึ้นมาจากภาษา C# โดยใช้ .NET Framework 4.6

การใช้งานก็แสนง่าย หลังจากโหลดโปรแกรมมาแล้วก็ Double click ที่ MPos.exe ได้เลยโดยไม่ต้องติดตั้งอะไรให้ยุ่งยากเนื่องจากโปรแกรมเป็นแบบ Portable อยู่แล้ว

พอเปิดมาก็จะเห็นหน้าตาของโปรแกรมดังรูป แล้วก็กด ปุ่ม Start ได้เลย ก็จะเห็นพิกัดของ Mouse เราแล้ว

มาใช้ Email แบบไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน กันเถอะ ภาค2

จากครั้งที่แล้วได้แนะนำการใช้ Email แบบไม่ต้องสมัคร ไม่ต้องใส่รหัสผ่าน กันไปแล้ว ครั้งนี้มาต่อกันที่ภาค2 กับอีกเว็บไซต์หนึ่งที่อยากจะแนะนำและเพื่อนๆควรจะจำเอาไว้อีกเว็บหนึ่งนั้นก็คือเว็บ maildrop (https://maildrop.cc/)

โดยการใช้งานก็แสนง่ายดาย โดยเราสามารถนำเอา Email ที่เราอยากใช้ไปใช้โดย ใช้ชื่อของเราแล้วตามด้วย @maildrop.cc เช่น [email protected] แล้วนำไปกรอกในเว็บ maildrop.cc แล้วกดที่ปุ่ม View Inbox เพียงเท่านี้เราก็สามารถนำเอา Email นี้ไปใช้สมัครหรือรับ Email ได้โดยที่ไม่ต้องสมัครสมาชิกหรือใช้ password อะไรเลย

ซึ่งการใช้ Email แบบไม่ต้องสมัครเหล่านี้เหมาะกับการป้องกันข้อมูล Email ของเราจริง โดยไม่ต้องไปกังวลกับการที่จะได้รับ Email ขยะ Spam หรือถูกนำเอา Email จริงๆของเราไปเปิดเผย แต่เราไม่ควรเอาไปใช้สมัครกับบริการที่สำคัญๆนะเพราะคนอื่นๆก็สามารถเปิดอ่าน Email เหล่านี้ได้เช่นกันหากเขารู้ชื่อ Email

วิธีการตรวจสอบเวอร์ชั่น Package ที่ติดตั้งใน Python

วิธีการตรวจสอบว่า Package Python ที่เราได้เคยติดตั้งลงไปแล้วนั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไร โดยเราสามารถทำได้ง่ายๆโดย

ใช้คำสั่งว่า pip show xxx โดย xxx นั้นคือชื่อ package

ตัวอย่างการใช้คำสั่งในการตรวจสอบว่า pyserial package ที่เราเคยติดตั้งลงไปนั้นเป็นเวอร์ชั่นอะไรอยู่

จะเห็นว่าคำสั่ง pip show pyserial ได้แสดงข้อมูลของตัว pyserial Package ที่เราได้ติดตั้งลงไป ไม่ว่าจะเป็นเวอร์ชั่นที่ติดตั้ง, ชื่อของ Package, URL Package และตำแหน่งที่ติดตั้งลงไปในเครื่องทั้งหมด

มองไม่เห็นแถบ sheet ใน Excel ทำยังไงดี

ใครที่เจอปัญหาว่าเปิดไฟล์มาอยู่ๆแถบ sheet ใน Excel ก็หายไปไม่เห็นมีแถบบอกชื่อ sheet ด้านล่างเลย แบบนี้

เพื่อนๆสามารถเปิดแถบ sheet ใน Excel ให้มันกลับมาแสดงผลอีกครั้งได้โดยทำตามขั้นตอนดังนี้

ให้เราไปที่ File ด้านซ้ายมือบน

เลือก Options

เลือก Advanced แล้วก็เลือก Show sheet tabs

แค่นี้เราก็เอาเจ้าแถบ sheet ด้านล่างกลับมาได้แล้ว

วิธีติดตั้ง Selenium และการใช้งานกับ Python

บทความนี้จะมาสอนวิธีลง Selenium IDE ใช้งานกับ Google Chrome ร่วมกับ Python เบื้องต้น โดยติดตั้งลงบน Windows มาเริ่มกันที่ก่อนอื่นให้เราไปโหลด Extension ของ Google Chrome ที่ https://chrome.google.com/webstore/detail/selenium-ide/mooikfkahbdckldjjndioackbalphokd?hl=en

มาทดลองการใช้งานกันหน่อย โดยไปที่ Extension เลือก Selenium IDE

เลือก Create a new project และตั้งชื่อ project

ใส่เว็บ Facebook ไปทดสอบหน่อย กด START RECORDING

จะมาที่หน้าเว็บที่เราจะทดสอบก็จะเห็น Selenium IDE is recording อยู่ด้านขวาล่างสีแดงๆ ให้เรากรอก Username password

ในหน้าต่าง Selenium เราก็จะเห็น Command ต่างๆที่เราทำการบันทึกเกิดขึ้นเป็น Command เมื่อเราบันทึกเสร็จแล้วให้เรากดปุ่ม Stop recording ขวามือบน เราสามารถทดสอบการทำงานตามที่เราบันทึกไปได้โดยกดปุ่ม Play Run all tests ด้านซ้ายมือเพื่อทดสอบดูได้

เราสามารถ Export ออกมาเป็น Code เพื่อนำมาเขียนเงื่อนไขต่างๆเพื่อประยุกต์การใช้งานได้โดยการคลิกขวาที่ Test แล้วเลือก Export

จะเห็นว่าสามารถเลือกภาษาที่เราใช้งานได้ไม่ว่าจะเป็น C#, Java, Javascript, Python, Ruby โดยในที่นี้จะเลือกเป็น Python แล้วกด Export

ก็จะได้ Code Python มาตามด้านล่างนี้

# Generated by Selenium IDE
import pytest
import time
import json
from selenium import webdriver
from selenium.webdriver.common.by import By
from selenium.webdriver.common.action_chains import ActionChains
from selenium.webdriver.support import expected_conditions
from selenium.webdriver.support.wait import WebDriverWait
from selenium.webdriver.common.keys import Keys
from selenium.webdriver.common.desired_capabilities import DesiredCapabilities

class TestLogin():
  def setup_method(self, method):
    self.driver = webdriver.Chrome()
    self.vars = {}
  
  def teardown_method(self, method):
    self.driver.quit()
  
  def test_login(self):
    # Test name: login
    # Step # | name | target | value
    # 1 | open | https://www.facebook.com/ | 
    self.driver.get("https://www.facebook.com/")
    # 2 | setWindowSize | 974x1050 | 
    self.driver.set_window_size(974, 1050)
    # 3 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 4 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 5 | type | id=email | username
    self.driver.find_element(By.ID, "email").send_keys("username")
    # 6 | type | id=pass | pass
    self.driver.find_element(By.ID, "pass").send_keys("pass")
  

โดยก่อนใช้งาน Selenium กับ python เราจะต้องไปติดตั้ง pytest และ selenium โดยใช้คำสั่ง

pip install pytest
pip install selenium

แล้วก็ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ Chrome Driver
https://sites.google.com/a/chromium.org/chromedriver/home

ปัจจุบัน ย้ายมาที่นี้ https://sites.google.com/chromium.org/driver/downloads

หรือใช้ จาก Google APIS ก็ได้ https://chromedriver.storage.googleapis.com/index.html

 

เลือก Chrome และ OS ให้ตรงกับเวอร์ชั่นที่เราใช้อยู่

 

Unzip แล้วนำไปวางที่ Drive C:

ก่อนที่จะ run เราต้องแก้ไข code บรรทัดที่ 15 เป็น

self.driver = webdriver.Chrome(executable_path=r"C:\chromedriver.exe")

และเพิ่มบรรดทัดที่ 37 – 39

obj = TestLogin()
obj.setup_method(obj)
obj.test_login()

ก็จะกลายเป็นแบบนี้ save เป็นไฟล์ชื่อว่า test_login2.py

# Generated by Selenium IDE
import pytest
import time
import json
from selenium import webdriver
from selenium.webdriver.common.by import By
from selenium.webdriver.common.action_chains import ActionChains
from selenium.webdriver.support import expected_conditions
from selenium.webdriver.support.wait import WebDriverWait
from selenium.webdriver.common.keys import Keys
from selenium.webdriver.common.desired_capabilities import DesiredCapabilities

class TestLogin():
  def setup_method(self, method):
    self.driver = webdriver.Chrome(executable_path=r"C:\chromedriver.exe")
    self.vars = {}
  
  def teardown_method(self, method):
    self.driver.quit()
  
  def test_login(self):
    # Test name: login
    # Step # | name | target | value
    # 1 | open | https://www.facebook.com/ | 
    self.driver.get("https://www.facebook.com/")
    # 2 | setWindowSize | 974x1050 | 
    self.driver.set_window_size(974, 1050)
    # 3 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 4 | click | id=email | 
    self.driver.find_element(By.ID, "email").click()
    # 5 | type | id=email | username
    self.driver.find_element(By.ID, "email").send_keys("username")
    # 6 | type | id=pass | pass
    self.driver.find_element(By.ID, "pass").send_keys("pass")
  
obj = TestLogin()
obj.setup_method(obj)
obj.test_login()

แล้วเราลองนำ code นี้ไป run ดูใน command line

python test_login2.py

ก็จะเห็นว่าตัว Selenium จะทำการเปิด Chrome (จะเห็นว่ามีขึ้นว่า Chrome is being controlled by automated test software) แล้วทำงานตาม command ที่เราเขียนอัตโนมัติแล้วละ

แนะนำโปรแกรม Cppcheck

Cppcheck เป็นโปรแกรมที่เอาไว้ตรวจสอบวิเคราะห์การเขียนโปรแกรมภาษา C หรือ C++ (รวมไปถึง Embedded C/C++ ด้วย) ที่ไม่ถูกต้องหรืออาจมีโอกาสทำให้เกิด Bug หรือสามารถเรียกได้อีกแบบว่าเป็น C/C++ static code analysis tool ซึ่ง Cppcheck นั้นสามารถแสดงผลการตรวจเช็คโดยแจ้งเตือนได้หลายแบบหลายระดับตั้งแต่ระดับ Warning ไปจนถึง Critical ทำให้เราสามารถเขียน Code ภาษา C หรือ C++ ได้อย่างมีประสิทธิภาพลดความผิดพลาดลดโอกาสการเกิด Bug โดยบทความนี้จะมาแนะนำวิธีใช้งานเบื้องต้นและการนำไปใช้งาน

โดยเพื่อนๆสามารถ Download Cppcheck นำไปใช้งานได้ฟรีๆที่ http://cppcheck.sourceforge.net/

เลือกโหลดที่ Windows 64-bit Installer

 

การสร้างโปรเจคใน Cppcheck ครั้งแรก

หลังจากเราติดตั้งเสร็จแล้ว ให้เราเปิดโปรแกรมมาแล้วเลือกไปที่  File เลือก New Project File

 

เลือกที่ Save Project

 

ที่แถบ Paths and Defines ให้ กด Add ทั้งสอง ที่ Paths และ Include Paths ให้เลือกที่เก็บ Folder ของไฟล์โปรแกรมของเรา (.c, .h, .cpp)

 

ที่แถบ Addon ให้เราเลือก  Cert ด้วย โดยโปรแกรมจะทำการตรวจเช็คตามกฏต่างๆของ Cert coding standard (มาตรฐานการเขียน Code ภาษา C และ C++ สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://wiki.sei.cmu.edu/confluence/display/c/SEI+CERT+C+Coding+Standard และ https://wiki.sei.cmu.edu/confluence/pages/viewpage.action?pageId=88046682) แล้วก็กด OK

 

กด Yes ต่อ

Cppcheck จะทำการตรวจสอบ Code ของเราและแสดงผลการตรวจสอบ โดยแบ่งเป็น Errors, Warning, Styles warning, Portability waring, Performance warning และ Information message โดยสามารถเลือกเปิดปิดดูได้ที่ไอคอนด้านบนได้เลย

 

 

สามารถทดลองตรวจสอบ Code ของเรา โดยทดลองใช้งาน Demo ตรวจสอบผ่านเว็บได้่ที่

http://cppcheck.net/demo/

จะลบแถวที่เป็นช่องว่างทั้งหมดใน Excel ต้องทำยังไง

เพื่อนๆเคยเจอปัญหาแบบนี้ใน Excel ไหม แบบว่าอยากจะลบแถวที่เป็นช่องว่างทั้งหมดในไฟล์ Excel ของเรา (ซึ่งมีจำนวนเยอะมากๆหลายๆแถว) ไม่อยากมานั่งลบทีละแถวจะต้องทำยังไง
บทความนี้มีวิธีทำง่ายๆมาทำตามกันเลย

สมมติเรามีข้อมูลตามนี้ อยากจะลบแถวที่ว่างๆให้หายไปทั้งหมด ให้ข้อมูลมาต่อกัน

ให้เราไปที่ด้านขวามือบน กดไปที่รูป แว่นขยาย Find & Select แล้วเลือก Go To Special

แล้วก็เลือกไปที่ Blanks แล้วกด OK

Excel ก็จะเลือกแถวที่ว่างๆทั้งหมดให้อัตโนมัติ

แล้วเราก็ไปที่ ขวามือบน เลือกไปที่ Delete เลือก Delete Sheet Rows เพื่อทำการลบแถวที่ Excel เลือกไว้ทั้งหมด

ก็จะเห็นว่าข้อมูลของเราใน Excel กลายเป็นข้อมูลที่ต่อกันโดยไม่มีแถวที่เป็นช่องว่างๆแล้วละ

ทำยังไงดี Google Chrome ไม่มีเสียง

แก้ยังไขยังไงดีทำอยู่ๆก็เปิด Youtube หรือ เปิดเพลงใน Google Chrome แล้วไม่มีเสียง ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย บทความนี้มีวิธีแก้ไขจ้า

หลายคนอาจจะเจอปัญหาเปิด Youtube หรือ เปิดเพลงใน Google Chrome แล้วไม่มีเสียง ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย ซึ่งสาเหตุอาจจะเป็น Bug ปัญหาจากโปรแกรมอื่นทำให้มีผลกระทบมาที่ Google Chrome
ส่วนวิธีแก้ไขนั้นให้ทำตามขั้นตอนนี้

ให้เราเปิดเพลงหรือ Youtube ใน Google Chrome ทิ้งไว้ก่อนเลยแล้วให้เราคลิกขวาไปที่ รูปลำโพงด้านขวามือล่าง

แล้วเลือกไปที่ Open Volume mixer

ก็จะเห็นรูป Google Chrome

ทำการเลื่อนปรับความดังขึ้นมา ก็จะพบว่ามีเสียงออกมาแล้ว