วิธีลบ Powered by Blogger ออกจาก Blog

เวลาเราสร้าง Blog ขึ้นมาที่ Blogger จะเห็นได้ว่า ที่เว็บ Blog ของเราจะมีคำว่า Powered by Blogger อยู่ด้านลางของ Blog

ถ้าอยากจะเอาออกทำยังไงดีละ ?

เดียวในบทความนี้จะมาสอนเอา Powered by Blogger ออกไป

 

เริ่มต้นเลยให้ไปที่  Template ด้านซ้ายมือ แล้วก็กด Edit HTML

 
(more…)

วิธีลบ Blog ออกจาก Blogger หรือ Blogspot

เพื่อนๆบางคนอาจจะไม่อยากใช้ Blog ชื่อนี้แล้ว หรืออยากจะใช้ชื่อใหม่ ส่วน Blog เก่าก็อยากจะลบมันออกไป สามารถทำได้นะ เราสามารถลบ Blog สมัครไว้กับทาง blogger.com ออกไปได้ ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย

ไปที่ Settings แล้วกดไปที่ Other เราจะเห็นคำว่า Delete Blog

 

พอกด Delete Blog ทาง Blogger จะให้เรา Backup ข้อมูลโดยการกด Download Blog ลงมา หลังจากนั้นก็กด Delete This Blog ได้เลย

Blog ของเราก็จะถูกลบไปอยู่ใน Deleted blogs ซึ่งหากเราเปลี่ยนใจ เราสามารถ Undeleted เพื่อเอา Blog ของเรากลับขึ้นมาได้ ภายใน 90 วัน หากเกินกว่า 90 วันจะเป็นการลบออกไปแบบถาวร

และนี้ก็เป็นขั้นตอนการลบ Blog ออกจาก Blogger หรือ Blogspot ง่ายมากๆ

วิธีใส่ลายน้ำในรูปภาพ หลายๆรูปในครั้งเดียว

สอนการทำลายน้ำใส่ในรูปภาพหลายๆรูปในครั้งเดียว สามารถทำได้ไม่ยากเลย โดยใช้ โปรแกรม PhotoScape

PhotoScape สามารถโหลดได้จากที่นี้นะ

ก่อนอื่นเปิดโปรแกรมมาแล้วก็กดไปที่แถบ Batch Editor

 

ทางด้านซ้าย เลือกที่อยู่โฟร์เดอร์ของไฟล์รูปที่เราจะทำการใส่ลายน้ำทั้งหมด เสร็จแล้วลากไฟล์ทั้งหมดลง(ลากไฟล์ตามลูกศรเลยนะ) หลังจากนั้นก็เลือกแถบ Object ด้านขวามือ แล้วเลือก Text  แล้วแต่ว่าเราจะใส่ลายน้ำกี่อัน

 

โปรแกมจะขึ้นหน้าต่างให้เรากรอก ลายน้ำว่าเราจะใส่ตัวอักษรข้อความว่าอะไร ขนาดเท่าไร เอาไว้มุมไหน(ปรับตรง Anchor) ความชัดเท่าไร (Opacity) สามารถปรับแต่งได้จากตรงนี้เลย จากในตัวอย่างจะใส่คำว่า banana ไว้ที่ Top right มุมบนขวา

 

หลังจากเราสร้างข้อความลายน้ำมา เราสามารถบันทึกเก็บไว้ใช้ได้คราวหน้าได้  ขั้นตอนต่อไปก็คือกดที่ ปุ่ม Convert All ด้านซ้ายมือบน

 

จะมีหน้าต่างขึ้นมาให้เราเลือกบันทึก จากตัวอย่างจะให้ รูปที่ใส่ลายน้ำแล้ว สร้างขึ้นมาที่ Folder picoutput

และเรายังสามารถ ตั้งชื่อไฟล์ได้ด้วย จากตัวอย่างจะให้ทุกไฟล์มีชื่อต่อท้ายด้วยคำว่า _banana

 

เราก็จะได้ไฟล์รูปที่มีลายน้ำเหมือนกันทุกรูปอยู่ใน Folder output

 

ตัวอย่างรูปที่ลงลายน้ำจ้า

 

 

39 เว็บไซต์ที่แจก ภาพ stock ฟรีๆ!!!

เร่เข้ามาๆ ที่นี้แจกภาพ stock ฟรีๆเลยจ้า  เราได้รวบรวมเว็บที่แจกภาพ stock เอาไปใช้งานกันได้เลยโดยไม่เสียเงินสักกะบาท ทั้งหมด 39 เว็บ แต่ละภาพได้ไปต้องบอกว่าได้ไปแบบละเอียดๆคุณภาพเน้นๆ เชิญเลือกกันได้ ทั้ง 39 เว็บเลยจ้าา

  1. The Stocks

  2. Pexels

  3. All The Free Stock

  4. Designers Pics

  5. Splashbase

  6. Startup Stock Photos

  7. Jay Mantri

  8. Moveast

  9. Travel Coffee Book

  10. Unsplash : อันนี้เด็ดมาก ภาพละเอียดคุณภาพสูง

  11. Death to the Stock Photo

  12. Foodie’s Feed

  13. Mazwai

  14. Jéshoots

  15. Super Famous

  16. Picography

  17. Pixabay

  18. Magdeleine

  19. Little Visuals

  20. Snapographic

  21. Splitshire

  22. New Old Stock

  23. Picjumbo

  24. Life of Pix

  25. Gratisography

  26. Public Domain Archive

  27. IM Free

  28. Cupcake

  29. The Pattern Library

  30. Getrefe

  31. ISO Republic

  32. Stokpic

  33. Kaboompics

  34. Function

  35. Stock Up

  36. Paul Jarvis.

  37. Lock & Stock Photos

  38. Raumrot

  39. MMT

วิธีหารูปจากในเน็ตมาใช้อย่างถูกต้อง

โดยปกติการนำรูปจากในอินเตอร์เน็ตมาใช้งานจะมีข้อห้ามเยอะหรือบางเจ้าไม่ยอมให้นำรูปไปใช้งาน ซึ่งในบทความนี้จะสอนวิธีหารูปจากในเน็ตมาใช้งานกับเว็บไซต์หรือ Blog หรือว่าเป็นรายงานของเรา อย่างถูกต้อง

วิธีการหาก็ง่ายๆเลยใช้ Google  นี้และ ค้นหารูปที่เราจะใช้งาน สมมติว่าจะหารูปเกี่ยวกับ Strawberry mochi

 

(more…)

มาทำความเข้าใจกับ การสื่อสาร Communication กันเถอะ

การสื่อสาร (Communication) นั้นสำคัญต่อการทำงานใน ระบบ Embedded System และยังสำคัญมากในการนำไปใช้ประยุกต์ในการทำ application แบบ Internet Of things (IOT) แล้วการสื่อสารนั้นมีแบบไหนบ้างนะ

ระบบของการสื่อสาร

คือการสื่อสารกัน ระหว่างจุดต่อจุด สามารถแบ่งได้เป็น 3 แบบ

Simplex การสือสารทางเดียว เช่น ฟังวิทยุ อ่านหนังสือ ดูทีวี

Half duplex การสือสาร สองทาง แต่สือสารได้ทีละทางในขณะเดียวกัน เช่น วิทยุสือสาร

Full duplex การสือสาร สองทาง และสือสารได้ทีทั้งสองทางพร้อมกันในขณะเดียวกัน เช่น โทรศัพท์

สัณญาณของการสื่อสาร

นอกจากนี้ยังสามารถแบ่งสัณญาณของการสื่อสารได้อีก เป็น Digital และ Analog communication

Analog Communication ก็คือการสื่อสารที่ใช้สัณญาณ Analog (สัณญาณต่อเนื่อง) ซึ่งก็คือการสื่อสารแบบธรรมชาติต่างๆ เช่น การพูด เสียงนอกร้อง สัณญาณควัน ต่างๆ

Digital Communication ก็คือการสื่อสารแบบดิจิตอล (สัณญาณไม่ต่อเนื่อว) เป็นสัณญาณที่มนุษย์สร้างขึ้นมา 0 และ 1 ตัวอย่างเช่น สัณญาณโทรศัพท์ สัณญาณอินเตอร์เน็ต

 

วิธีการสือสารแบบดิจิตอล แบ่งได้อีก 2 วิธีคือ

Serial Communication การสือสารแบบอนุกรม คือว่าส่งข้อมูลทีละบิต

Parallel Communication การสือสารแบบขนาน คือว่าส่งข้อมูลทีละหลายๆบิตในเวลาเดียวกัน

การสือสาร Serial vs Parallel แบบไหนดีกว่ากัน?

Parallel เปรียบเสมือน ถนน 10 เลน ในเมือง รถวิ่งเร็วรองรับรถได้เยอะ ต้องใช้งบในกาสร้างเยอะ

Serial เปรียบเสมือน ถนน เลนเดียวในชนบท ใช้งบในการสร้างน้อย

ในทางปฏิบัติ ส่วนใหญ่ใช้แบบ Serial ซึ่งใช้ I/O ไม่เกิน 2 pin เป็นการใช้งานที่ดีเนื่องจาก MCU ส่วนใหญ่มี I/O จำกัด อีกทั้งยังเขียนโปรแกรมในการรับส่งได้ง่ายกว่า เพราะบิตข้อมูลจะเข้ามาครั้งละ 1 บิต ทำให้รับส่งได้ใน

ส่วนแบบ Parallel นอกกจากจะใช้I/O มากกว่าแบบ Serial แล้วยัง ออกแบบได้ยากกว่าด้วย เนื่องจากหากเราเพิ่มความเร็วในการรับส่งข้อมูลให้สูงขึ้นจะทำให้เกิดสัณญาณรบกวนได้ (Cross talk)

แต่อย่างไรก็ตามได้มีการออกแบบที่ใช้ข้อดีของทั้ง 2 แบบมาใช้ กับ PCI-Express โดย ใช้การสื่อสารแบบ Serial จำนวนมากกว่า 1 ช่องทาง เช่น PCI 16x ก็คือ สื่อสารแบบ Serial จำนวน 16 ช่องทาง

จากที่เราศึกษามาจะเห็นได้ว่าการสื่อสารนั้นมีหลากหลายรูปแบบ ซึ่งการนำมาประยุกต์ใช้งานควรจะนำมาใช้ให้ถูกต้อง ขึ้นอยู่กับความจำเป็นในการใช้งาน ของ Application นั้นๆอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องพิจารณาเลือกใช้ให้เหมาะสมนะครับ

การเปรียบเทียบความเร็วของการประมวณผล (ความเร็วของ MCU MPU)

หากเราอยากจะเปรียบเทียบว่า MCU ทั้ง 2 เบอร์นี้ตัวไหนมีความเร็วในการประมวณผลที่มากกว่ากัน เราจะรู้ได้ยังไงนะ

คำตอบก็คือ ใช้การเปรียบเทียบ ที่เรียกว่า DMISP (Dhrystone Million instructions per second หรือ Dhrystone MIPS) เป็นการวัดความเร็วที่เทียบกับเครื่องมินิคอมพิวเตอร์ DEC VAX 11/780 ที่ผลิตในปี 1970 โดยความเร็ว 1 DMIPS เท่ากับความเร็วของ เครื่องมินิคอมพิวเตอร์ DEC VAX 11/780 ซึ่งสามารถนำมาใช้เปรียบเทียบความเร็วของการประมวณผลที่มีสถาปัตยากรรมที่แตกต่างกัน (32บิต vs 16บิต หรือ ARM vs PIC หรือ อื่นๆ) นิยมวัดเป็น DMIPS/MHz

แล้วเราใช้แค่ MIPS มาเปรียบเทียบแทน DMIPS ได้ไหม?

MIPS หรือ Million instructions per second แปลง่ายๆคือ ประมวลผลได้กี่ คำสั่งใน 1 วินาที เช่น สามารถรันคำสั่ง NOP ได้ 100ล้านครั้งภายใน 1 วินาที แสดงว่ามีความเร็ว 100 MIPS การนำเอา MIPS มาเปรียบเทียบระหว่าง หน่วยประมวลผลที่มีสถาปัตยกรรมเดียวกันนั้นสามารถเปรียบเทียบได้ แต่ถ้าหากหน่วยประมวลผลที่มีสถาปัตยกรรมคนละแบบไม่สามารถนำมาเปรียบเทียบกันได้ เพราะการคำนวณที่เหมือนกันอาจใช้คำสั่งที่ไม่เท่ากันได้เนื่องจากสถาปัตยกรรมที่แตกต่างกัน

ดังนั้นเราจึงจะต้องใช้ DMIPS มาใช้วัดการประมวณผลที่ไม่ได้วัดเพียงแค่คำสั่งแต่วัดเวลาทั้งหมดเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ซึ่ง DMIPS ไม่สามารถคำนวณจากได้ MIPS โดยตรง แต่ต้องใช้การวัด ที่เรียกว่า Dhrystone benchmark testing

แต่ใช่ว่าจะมีแต่ DMIPS เพียงอย่างเดียว ในปัจจุบันยังมี CoreMark ที่ทาง EEMBC (Embedded Microprocessor Benchmark Consortium) ซึงเป็นองค์กรณ์ที่ไม่แสวงหากำไร ซึ่งพยายามจะพลักดัน CoreMark เข้ามาแทนที่ DMIPS

สำหรับใครที่สนใจ Source code Dhrystone MIPS ศึกษาได้ที่นี้ http://www.ecrostech.com/Other/Resources/Dhry4Mcus.zip