ใช้ Task scheduler เพื่อสั่งรันโปรแกรม

เราสามารถใช้ Task scheduler เพื่อสั่งรันโปรแกรมของเราได้(เช่น python script หรือ Batch file)

วิธีการใช้งานก็คือ ให้เราสร้าง Task ขึ้นมาแล้วไปสร้าง Actions โดย Action ให้เลือก Start a program ส่วนในช่อง Program/script ให้เราใส่ที่อยูของ Script ที่เราอยากจะให้ทำงาน ตามตัวอย่างจะให้รัน Batch file
runprogram3

หรือถ้าอยากให้รัน python script ก็เลือกได้
runpython3

เสร็จเราก็ไปตั้งค่าว่าจะให้โปรแกรมทำงานเมื่อไรที่ Triggers อย่าลืมกดเลือก Enable ด้วย
runpython2

เพียงเท่านี้เราก็จะได้ Task scheduler ที่สั่งให้ script ของเราทำงาน ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ทำได้หลายอย่างแล้วแต่ว่าเราจะเขียนให้ script นั้นทำงานอะไร

จัด style ของ code เราให้ดูสวยงาม กับ SublimeAStyleFormatter

สำหรับใครที่กำลังมองหาเครื่องมือจัด style ของ code เราให้ดูสวยงาม หรือ บางคนอาจจะเรียกว่า code formatter, code beautify

ก็ขอแนะนำตัวนี้เลย เป็น package control ที่อยู่ใน Sublime Text ที่ชื่อว่า SublimeAStyleFormatter สนับสนุน ภาษาและ platform ต่างๆ เช่น C, C++, Cuda-C++, OpenCL, Arduino, C#, and Java โดยมันสามารถ จัดเรียง source code ของเราให้สวยงามตาม style ต่างๆ ซึ่งเราสามารถเข้าไปปรับแต่ง setting ตาม style ที่เราต้องการได้ที่ไฟล์ Setting User

ว่าแล้วมาดูตัวอย่างการใช้งานกันดีกว่า

สมมติเรามี code เขียนมาแบบนี้ แบบไม่ได้จัดเรียงตำแน่งอะไรให้อ่านได้ง่ายเลย อ่านยากสุดๆ

void test(void)
{
    for (int i =0; i < 10;++i)
    {
             buf= call(buf);
buf=buf/4;
if(buf > 200)
{
    buf++;}
else{

    buf--;
}
    }

return buff;
}

เราก็ใช้ SublimeAStyleFormatter โดยกด Ctrl + Alt + F โปรแกรมจะจัดหน้าตาของ code เราให้เป็นแบบนี้ เป็นไงบ้างดีขึ้นเยอะ ไม่ต้องเสียเวลามานั่งจัด code เองเลย

void test(void)
{
    for (int i = 0; i < 10; ++i)
    {
        buf = call(buf);
        buf = buf / 4;
        if (buf > 200)
        {
            buf++;
        }
        else
        {

            buf--;
        }
    }

    return buff;
}

จากตัวอย่างนี้ใช้ค่า setting ตามนี้ ซึ่งเราสามารถเขาไป setting ได้ที่ Setting User ของ SublimeAStyleFormatter

สามารถดูตัวอย่างค่า Setting ได้จาก SublimeAStyleFormatter.sumlime-settings ไฟล์ได้เลย

ให้คอมพิวเตอร์ Restart ตัวเองโดยอัตโนมัติ โดยใช้ Task Scheduler

เราสามารถสั่งให้คอมพิวเตอร์ (Windows) Restart ตัวเองโดยอัตโนมัติ โดยใช้ Task Scheduler ได้
วิธีทำก็คือ ให้เราเปิดโปรแกรม Task Scheduler ขึ้นมาแล้ว Create Task
Task Scheduler restart2

แล้วไปที่แถบ Actions กด New.. แล้วเลือก Action Start a program
แล้วพิมพ์ Program/script:
Shutdown

ในช่อง Add arguments พิมพ์ว่า
-r –t 00
Task Scheduler restart4

เสร็จตั้งว่าเมื่อไรจะให้คอมพิวเตอร์ Restart ที่ แถบ Triggers เลือก New… ตามรูปตัวอย่างจะตั้งให้ Restart คอมทุกๆจันทร์ถึงศุกร์ 7:55 อย่าลืมกดเลือก Enable
Task Scheduler restart3

เพียงเท่านี้คอมพิวเตอร์ก็จะ Restart ตามที่เราตั้งไว้แล้ว ง่ายใช่ไหมละ

ทำให้คอม ตื่น (Wake up) โดย Task Scheduler

หลังจากที่เราสามารถตั้งให้คอมพิวเตอร์ของเรา(Windows) สามารถ Sleep โดยอัตโนมัติแล้ว เราก็ยังสามารถตั้งให้ Wake up หรือ ตื่นขึ้นมาก็ได้อย่างอัตโนมัติ
โดยให้ทำเปิดโปรแกรม Task Scheduler แล้วทำการสร้าง Task ขึ้นมาจากตัวอย่างจะใช้ชื่อว่า WakeupPC
wakeup1

เสร็จแล้วให้ทำการสร้าง Action ที่ แถบ Actions เลือก New… แล้วทำการเลือก Action เป็น Display a message
ตั้งชื่อ Title และ Message
wakeup3

หลังจากนั้นก็ไปตังว่าจะให้ปลุก คอมพิวเตอร์ของเราให้ตื่นขึ้นมาเมื่อไรตอนไหน โดยไปตั้งที่แถบ Triggers จากตัวอย่างจะตั้งให้ตื่นทุกๆ 7:40 วันจันทร์ถึงศุกร์ แล้วก็อย่าลืมเลือก Enable กันด้วย
wakeup2

และที่สำคัญมากๆก็คือ ต้องเข้าไปที่แถบ Conditions แล้วติ๊ก Wake the computer to run this task ด้วยนะ ห้ามลมเด็ดขาดไม่งั้นคอมจะไม่ตื่นขึ้นมารัน Task Scheduler
wakeup-from-sleep-condition

เพียงเท่านี้ก็จะทำให้ตื่นขึ้นมาก็ได้อย่างอัตโนมัติตามที่เราตั้งค่าไว้ได้อย่างถูกต้องตรงเวลาเลยละ

ทำให้คอม หลับ (Sleep) โดย Task Scheduler

วิธีทำให้คอมพิวเตอร์ของเรา(“Windows) สามารถ sleep อัตโนมัติ สามารถทำได้โดยใช้ Task Scheduler นั้นเอง
วิธีทำก็ง่ายๆเลยให้เราเปิด Task Scheduler ขึ้นมา แล้ว Create Task จากตัวอย่างจะตั้งชื่อว่า Sleep แล้วก็กด OK ไป
Task Schedulersleep1

คลิกขวาเพื่อ edit Properties
Task Schedulersleep2

ไปที่ แถบ Action แล้วเลือก New..
Task Schedulersleep3

ใน New Action เราจะใส่ในช่อง Program/script
Rundll32.exe
และในช่อง Add arguments
Powrprof.dll,SetSuspendState Sleep
Task Schedulersleep4

เสร็จก็ OK
Task Schedulersleep5

ส่วนการตั้งว่าจะให้คอมพิวเตอร์ของเรา sleep เมื่อไร สามารถตั้งได้ที่ แถบ Triggers โดยจากตัวอย่างจะตั้งไว้วันจันทร์ถึงศุกร์ ตอน 20:30 อย่าลืมเลือก Enable
Task Schedulersleep6

Task Schedulersleep7

เพียงแค่นี้คอมพิวเตอร์ของเราก็จะทำการ Sleep ตัวเอง โดยอัตโนมัติ แล้ว
Task Schedulersleep10

ลง wordpress ใหม่แล้วเจอ Error The file ‘wp-config.php’ already exists ทำไงดี

wordpress-error-the-file-wp-config-php-already-exists

พอลงและติดตั้ง WordPress เสร็จเรียบร้อยแล้วเจอ Error ว่า
“The file ‘wp-config.php’ already exists. If you need to reset any of the configuration items in this file, please delete it first. You may try installing now.”

ถ้าใครเจอข้อความนี้ไม่จำเป็นต้องไปแก้ไขไฟล์หรือลบไฟล์’wp-config.php’

วิธีแก้ไขก็คือ ให้เราลองลบ Cache ไฟล์ของ Browser ของเรา
ถ้าใครใช้ chrome ก็ให้ไปที่ More Tool > Clear browsing data เลือกเลือก Clear Cached images and files แค่นี้พอเข้ามาที่ WordPress ใหม่อีกทีก็จะใช้งานได้ปกติแล้วละ

ตัวเลขบอกเลขหน้าและการแบ่งหน้า

บทความนี้จะมาสอนการแบ่งหน้าและรันเลขหน้าแบบ 1, 1-1, 2 โดยจะทำการแทรกหน้า 1-1 เข้าไปในระหว่างหน้าเดิม เพื่อที่จะให้เลขหน้าไม่เปลี่ยนแปลง แบบรูปตัวอย่างนี้
pagenumberword7

วิธีทำก็คือ สมมติเราเรียงเลขหน้าไว้แล้วตามรูป
pagenumberword0

ให้เราทำการแบ่งหน้าโดย ไปที่ Page Layout แล้วเลือก Breaks เลือก Next Page
pagenumberword1

แบ่งหน้าโดย Next Page 2 ครั้ง โดยแบ่งหน้าแรก หน้าที่ 1 กับหน้าที่แทรก 1-1 และ หน้าที่แทรก 1-1 กับ หน้าที่ 2 ออกจากกันจะได้ดังรูป (จะเห็นคำว่า Section Break (Next Page))
pagenumberword2

เสร็จแล้วทำการให้เลขหน้าของหน้าที่เราแทรกเข้าไป (1-1) ไม่รันเลขเชื่อมกับหน้าที่ 1 และ หน้าที่ 2 ไม่เชื่อมกับหน้าที่เราแทรกเข้าไป โดยการ คลิกเข้าไปที่หมายเลขหน้าด้านล่าง แล้วไปที่ Design เลือก Link to Previous ออก
pagenumberword3

เสร็จแล้วเราก็พิมพ์ 1- ใส่เข้าไป
pagenumberword4

ส่วนหน้าที่ 2 ให้ทำการเรียงเลขหน้าใหม่ โดยคลิกที่ เลขหน้าด้านล่าง แล้ว เลือก Insert เลือก Format Page Numbers
pagenumberword5

ใส่เลขให้เริ่มนับหน้าใหม่ โดยเริ่มจาก 2
pagenumberword6

แล้วเราก็จะได้ เลขหน้า และหน้าใหม่ที่แทรก ตามรูป เสร็จเรียบร้อย
pagenumberword7

วิธี Setting Cppcheck ให้ใช้งานกับ Sublime Text หรือ Notepad++

เวลาเราใช้ Cppcheck เพื่อตรวจสอบ Source code ของเรา หากเราเจอ error หรือ warning แล้วต้องการแก้ไขผ่าน Text Editor ที่เราใช้งานอยู่เป็นประจำเช่น Sublime Text หรือ Notepad++

เราสามารถ Setting Cppcheck ได้ตามนี้เลย ก่อนอื่นให้ไปที่ Edit>Preferences
cppcheck-line-1

มาที่ Tab Applications ให้เราทำการ Add โปรแกรมที่เราอยากจะใช้เป็น Text Editor เข้าไป จากตัวอย่างจะ Add Notepad++ และ Sublime Text 3
cppcheck-line-2

โดยค่า Setting ของ Sublime Text ก็จะต้องใส่ Name, Executable path แล้วก็ Parameters โดยให้ใส่ Parameters ว่า (file):(line):0 ซึ่ง file นี้หมายถึงชื่อไฟล์ เช่น test.c และ line ก็คือเลขบรรทัด ส่วน 0 ก็คือ คอลัมน์ที่ 0 คอลัมน์แรกนั้นเอง
cppcheck-line-3

ส่วน Notepad++ ก็ใส่ Parameters ว่า –n(line) (file)
cppcheck-line-4

ลองทดลองใช้โดย Setting ให้ Sublime Text เป็นตัว Default กดเช็ค Code ดูมี Warning ดังภาพ แล้วดับเบิลคลิกดูหน่อย
cppcheck-line-0

โปรแกรมก็จะเปิด Sublime Text ขึ้นมาแล้ววิ่งไปที่บรรทัดที่มีปัญหาได้อย่างถูกต้องแล้ว
cppcheck-line-5

วิธีตรวจสอบว่าเว็บนั้นลง WordPress plugin อะไรอยู่บ้างนะ

มีใครสงสัยกันไหมว่า มันมีวิธีเช็คไหมว่าเว็บไซต์ที่เป็น WordPress นั้นใช้ Plugin อะไรกันอยู่บ้างนะตอนนี้

คำตอบก็คือมีจ้า

วิธีทำก็สามารถทำได้ง่ายๆ นั้นก็คือ กดค้นหาผ่านเว็บที่มีชื่อว่า http://wppluginchecker.earthpeople.se/

check-wordpress-plugin-1

โดยเจ้าเว็บที่ว่านี้สามารถตรวจสอบเจอ plugin WordPress ยอดนิยมได้วกว่า 50 plugin กันเลยทีเดียว
ว่าแล้วก็นำมาลองกับเว็บตัวเองเลยละกัน
พิมพ์ลงไปแล้วก็กด Check site รอสักครู่ก็จะบอกว่าเว็บไซท์นั้นเป็น WordPress หรือเปล่า
check-wordpress-plugin-2

หลังจากเช็คเสร็จ จากตัวอย่างก็เจอ 5 plugin
check-wordpress-plugin-3

ลอง login เข้าไปดูสิว่าถูกต้องไหม ปรากฏว่าถูกต้องทั้ง 5 plugin แต่ขาดไป 1 plugin ก็คือ SyntaxHighlighter Evolved
check-wordpress-plugin-4

ก็ถือว่าใช้ได้เลยทีเดียวตรวจสอบได้ถูกต้อง แต่อาจจะหา Plugin ได้ไม่ครบทั้งหมด และนี้ก็เป็นวิธีง่ายๆสำหรับตรวจสอบเว็บไซต์ที่ใช้ WordPress ว่า เขาลง plugin อะไรไว้บ้าง